เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 37/ 2560 เรื่องแก้ไขปัญหาการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษา โดยเน้นไปที่การแก้ปัญหาการได้มาซึ่งผู้ดำรงตำแหน่ง ผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา จนเป็นอุปสรรคให้ การบริหารงานของสถานศึกษาต้องหยุดชะงัก ไม่สามารถขับเคลื่อนสถานศึกษาได้เป็นระบบขาดความต่อเนื่องและเกิดความล่าช้าในการบริหารงาน ส่งผลให้การปฏิรูปการศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ เรื่องหนึ่งในการปฏิรูปประเทศ ตามที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 กำหนดไว้ ไม่อาจบรรลุผลสำเร็จได้ ว่า นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการศธ. เสนอให้หัวหน้าคสช. ออกคำสั่งดังกล่าว เพื่อเป็นการปลดล็อค การสรรหาอธิการบดี ซึ่งที่ผ่านพบว่า ยังไม่ความเข้าใจไม่ตรงกัน ดังนั้นจากนี้จะถือว่า มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในการสรรหาอธิการบดี
นายขจร จิตสุขุมมงคล รองเลขาธิการกกอ. กล่าวว่า พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยราชภัฎ (มรภ.)พ.ศ. 2547 พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.)พ.ศ.2547 เปิดกว้างอยู่แล้ว ในอดีตการเป็นอธิการบดี โดยเฉพาะกลุ่มมรภ. มทร. ที่แต่งตั้งตามกฎหมาย ไม่ได้กำหนดเรื่องอายุไว้ แต่บางมหาวิทยาลัยนำไปโยงกับระบบราชการ ซึ่งเกษียณอายุ 60 ปี ทำให้เกิดความสับสน จนเกิดเป็นปัญหาฟ้องร้องกันหลายแห่ง ดังนั้นคำสั่งหัวหน้าคสช. ฉบับนี้ ทำให้เกิดความชัดเจนขึ้น เพราะ ผู้ที่เกษียณอายุราชการก็ถือเป็นคนนอก และกฎหมายไม่ได้ห้ามเป็นอธิการบดี ส่วนกรณีที่ ขณะนี้หลายมหาวิทยาลัยมีเรื่องฟ้องร้องกันอยู่ในศาล ก็จะต้องนำคำสั่งนี้ไปแถลงต่อศาล เพื่อให้ศาลพิจารณาต่อไป

