สกศ.ระดม 7 ชาติ ถกนโยบายศึกษาอาเซียน เพิ่มผลสัมฤทธิ์วิทย์-คณิต ‘TIMSS-PISA’

21.08.17 | 16:20 น.

 

นายสมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เปิดเผยว่า วันที่ 21-22 สิงหาคม สกศ.ร่วมกับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) จัดการประชุมเสวนานโยบายการศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ – เอเชียตะวันออก 2017 ที่โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ มีนายกฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี น.ส.แอน เบเรต คัฟลี ผู้แทนสมาคมนานาชาติเพื่อการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา (IEA) และผู้แทนด้านจัดระบบการศึกษา 7 ประเทศ คือ มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม เขตการปกครองพิเศษฮ่องกง ญี่ปุ่น ไต้หวัน และไทย ร่วมถ่ายทอดแลกเปลี่ยนแนวคิดการจัดระบบการศึกษา และปรับปรุงนโยบายและยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาคุณภาพ และยกระดับความรู้ และทักษะการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของแต่ละชาติ ภายหลังการประกาศผลโครงการศึกษาแนวโน้มการจัดการศึกษาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ของนักเรียนเทียบกับนานาชาติ (TIMSS) และโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติของประเทศสมาชิกองค์กรเพื่อความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจ (PISA) โดยข้อสรุปจากการประชุมวิชาการที่มีนักวิจัยระบบการศึกษาจากทั้ง 7 ชาติ สกศ.จะบูรณาการการมีส่วนร่วมจัดการทดสอบความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี เพื่อใช้ศึกษาวิจัยสัมฤทธิผลผู้เรียนกับการกำหนดทิศทางนโยบายและมาตรฐานการจัดการศึกษาชาติ และนำข้อมูลสังเคราะห์ และวิเคราะห์แนวทางจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อส่งเสริมการจัดการศึกษาของประเทศอย่างมีคุณภาพ ตลอดจนบูรณาการขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2579 และสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างประเทศไทย และทั้ง 7 ประเทศในอนาคต

นายกฤษณพงศ์ กล่าวว่า การขับเคลื่อน และปฏิรูปการศึกษารองรับประเทศไทย 4.0 ไม่ใช่แค่เน้นหนักด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมเท่านั้น เพราะต้องส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ซึ่งเป็นทักษะใหม่ร่วมด้วย โดยเฉพาะการจัดระบบการศึกษาใหม่ที่ดึงพ่อแม่ ผู้ปกครอง และทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมจัดการศึกษา ทั้งนี้ นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส เคยกล่าวถึงการเตรียมระบบการศึกษาสมัยใหม่เพื่อรองรับคลื่นความเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ของโลก ซึ่งต้องมองบริบทรอบด้านของประเทศไทยด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมด้านการศึกษารองรับทิศทางการศึกษาที่นำไปสู่การมีงานทำ ส่งเสริมให้เกิดการศึกษาตลอดช่วงวัยที่ไม่ใช่แค่วัยเด็ก แต่รวมถึงการส่งเสริมการศึกษาสำหรับคนวัยทำงาน และการฝึกอบรมรองรับสังคมผู้สูงอายุอย่างสอดคล้องกันทั้งระบบ

น.ส.แอน เบเรต คัฟลี กล่าวว่า การดำเนินงานของ IEA มีเป้าหมายสำคัญคือเพื่อพัฒนาและปรับปรุงขีดความสามารถ และสมรรถนะด้านการศึกษาของประเทศต่างๆ ครอบคลุม 57 ประเทศสมาชิก โดยใช้ฐานข้อมูลคะแนน TIMSS และ PISA เปรียบเทียบระหว่างประเทศ โดยเลือกประเมินผลการศึกษา 2 ช่วง คือ ชั้น ป.4 และชั้น ม.2 เพื่อแสวงหาจุดแข็ง และจุดอ่อนของระบบการศึกษาแต่ละชาติ นำไปสู่การปรับปรุง และพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ดียิ่งขึ้น สำหรับผลประเมินการศึกษาไทยยังค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับฮ่องกงในระดับเอเชียด้วยกัน เนื่องจากนักเรียนไทยยังไม่สามารถนำความรู้ และใช้เหตุผลมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ทั้งวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ปัญหาใหญ่ที่พบเหมือนกันคือสถานศึกษาที่อยู่ห่างไกล และนักเรียนยังยากจน ย่อมส่งผลต่อผลการเรียนที่ด้อยกว่าสถานศึกษาที่อยู่ในเมืองใหญ่ และนักเรียนมีฐานะร่ำรวยกว่าซึ่งเกิดขึ้นกับทุกประเทศ ดังนั้น จึงต้องเร่งลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา