เลขาฯก.ค.ศ.ยันกรอบอัตรายึดก.พ. เข้าใจห่วงลูกน้องไม่โต-ให้รอหลังใช้จริง1ปี ประธานชมรมนักปชส.ยื่น’หมอธี’ทบทวน

28.08.17 | 16:28 น.

นายมาวิน จันโทสถ ประธานชมรมนักประชาสัมพันธ์สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 225 เขตทั่วประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนพร้อมด้วยผู้แทนกลุ่มสมัชชาบุคลากรทางการศึกษา เข้ายื่นหนังสือถึง นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อขอให้ทบทวนกรอบอัตรากำลังของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั้งนี้ ในส่วนของตำแหน่งนักประชาสัมพันธ์ สพท.225 เขตทั่วประเทศ รู้สึกไม่สบายใจกับการเกลี่ยอัตรากำลังตามการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการของ ศธ.ในส่วนภูมิภาค ซึ่งได้จัดตั้งศึกษาธิการภาค (ศธภ.) และศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของ ศธ.และรับโอนย้ายบุคลากรไปทำงานในสำนักงาน ศธภ.และสำนักงาน ศธจ.จากกรอบอัตรกำลังดังกล่าว พบว่า ในส่วนของตำแหน่งนักประชาสัมพันธ์มีอัตราน้อยลงจาก 2 ตำแหน่ง เหลือ 1 ตำแหน่ง และลดระดับเหลือเพียงระดับปฏิบัติการ หรือชำนาญการ หรือระดับ 7 เท่านั้น จากเดิมที่จะเป็นระดับชำนาญการพิเศษ หรือระดับ 8 ทำให้บุคลากรที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว รู้สึกหมดกำลังใจ ขณะเดียวกันบุคลากรที่ลดลงยังไม่สอดคล้องกับภาระงานที่ต้องรับผิดชอบ เพราะงานประชาสัมพันธ์ของ สพท.ต้องดำเนินการตามภารกิจขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล ศธ.และ สพฐ. ตลอดจนเผยแพร่ข่าวสารประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อช่องทางต่างๆ

นายมาวินกล่าวอีกว่า แม้ว่ากรอบดังกล่าวจะเป็นกรอบอัตรากำลังที่ใช้ในระยะแรก และเมื่อประกาศใช้ไปครบ 1 ปี ให้ติดตามการปฏิบัติงาน และภาระงานที่แท้จริงอีกครั้ง แต่บุคลากรทุกคนก็รู้สึกไม่สบายใจ และขาดกำลังใจในการทำงาน ดังนั้น จึงอยากขอให้ ศธ.และ สพฐ.รวมถึงผู้เกี่ยวข้อง ทบทวนกรอบอัตรากำลังดังกล่าวใหม่ โดยเฉพาะตำแหน่งนักประชาสัมพันธ์ ที่ระบุให้มีเพียงตำแหน่งนักประชาสัมพันธ์ปฏิบัติการ หรือชำนาญการ ให้คงตำแหน่งปฏิบัติการ/ ชำนาญการ/ ชำนาญการพิเศษไว้เช่นเดิม เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้บุคลากร

“แม้ ศธ.จะออกมาบอกว่ากรอบอัตรากำลังดังกล่าว เป็นกรอบระยะแรกที่ใช้เพียง 1 ปี และอาจเสนอให้ทบทวนใหม่ได้ แต่บุคลากรในเขตพื้นที่ฯ ทุกคนก็รู้สึกไม่สบายใจ ตัวผมเองไม่ได้รับผลกระทบ เพราะเป็นชำนาญการพิเศษระดับ 8 แต่รุ่นน้องที่ตั้งใจทำงาน และหวังจะเติบโตตามสายงานที่ทำ เกิดความท้อถอยเสียกำลังใจ เพราะมองไม่เห็นความก้าวหน้าในอนาคต ซึ่งไม่ใช่แค่ตำแหน่งนักประชาสัมพันธ์ในกลุ่มอำนวยการเท่านั้น ยังมีกลุ่มนโยบายและแผน การตรวจสอบภายใน กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา ฯลฯ ที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน” นายมาวิน กล่าว

นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กล่าวว่า การกำหนดกรอบอัตราตำแหน่งดังกล่าว เป็นไปตามเงื่อนไขของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เช่น บางตำแหน่งต้องมีลูกน้อง 4 คน ถึงจะมีชำนาญการพิเศษได้ 1 ตำแหน่ง ซึ่งรัฐมนตรีว่าการ ศธ.มีนโยบายชัดเจนว่าการกำหนดกรอบอัตรากำลังใหม่ จะต้องไม่กระทบกับคนเดิม ดังนั้น คนเดิมยังสามารถทำงานได้ ทั้งนี้ ตนเข้าใจว่าที่กังวล เพราะกลัวว่าลูกน้องจะไม่โตในสายงานที่ทำ ดังนั้น หากปฏิบัติงานไป 1 ปี แล้ว สพฐ.พิจารณาแล้วว่าอัตรากำลังดังกล่าวไม่สอดคล้องกับภาระงาน ก็สามารถเสนอให้ ก.ค.ศ.พิจารณาใหม่ได้