หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา ราชภัฏสวนสุนั...

ราชภัฏสวนสุนันทาเพิ่มโทษ!! สั่งพักการเรียนรุ่นพี่กระหน่ำเตะ 1 ปี ส่วนอีก 15 คนพักการเรียน 1 ภาคเรียน

1.09.17 | 13:03 น.

ความคืบหน้ากรณีนายฤๅเดช เกิดวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา(มร.สส.) สั่งให้คณะกรรมการสอบวินัยนักศึกษาที่มีรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา เป็นประธานสอบเพิ่มเติมนักศึกษารุ่นพี่ 17 คน ที่กระหน่ำเตะรุ่นน้องในเหตุการณ์รับน้องเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาของสาขาจิตรกรรม คณะศิลปกรรมศาสตร์และให้รายงานผลภายใน 7 วัน ทั้งนี้หลังจากที่มีการเสนอให้ลงโทษพักการเรียนแก่นักศึกษารุ่นพี่ที่กระหน่ำเตะ และทำทัณฑ์บนนักศึกษารุ่นพี่ชายและหญิงอีก 16 คน โดยอธิการบดีมร.สส.มองว่าโทษเบาไปนั้น

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม นายฤๅเดช เกิดวิชัย อธิการบดีมร.สส. เปิดเผยว่า คณะกรรมการสอบวินัยนักศึกษาได้รายงานผลสอบวินัยนักศึกษากรณีรุ่นพี่สาขาจิตรกรรม คณะศิลปกรรมศาสตร์ จำนวน 16 คน ที่รับน้องโดยมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม มาให้ตนทราบแล้ว โดยการพิจารณาโทษ ได้นำระเบียบว่าด้วยการรับน้องและระเบียบว่าด้วยวินัยนักศึกษามาประกอบการพิจารณา และได้เพิ่มโทษนักศึกษารุ่นพี่ชายและหญิง ดังนี้ นักศึกษาชายที่เตะนักศึกษารุ่นน้อง ลงโทษพักการเรียน 1 ปีการศึกษา จากเดิมพักการเรียน 1 ภาคเรียน ส่วนนักศึกษารุ่นพี่อีก 15 คนที่เหลือ แยกเป็นนักศึกษาชาย 10 คนและนักศึกษาหญิง 5 คน ทั้งหมดถูกลงโทษพักการเรียน 1 ภาคเรียน จากเดิมทำทัณฑ์บน ทั้งนี้จะมีการจัดทำเอกสารแถลงผลการสอบวินัยให้สื่อมวลชนทราบในวันที่ 1 กันยายน

นายฤๅเดช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ตนได้ชี้แจงสภามหาวิทยาลัยกรณีที่ได้สอบถามถึงเหตุการณ์รับน้องที่ไม่เหมาะสม โดยตนได้ชี้แจงว่าเราใช้มุมมองของเราซึ่งเป็นสภาฯ ซึ่งอายุ 60-70 ปีไปสร้างบรรทัดฐานให้กับคนรุ่น 20 ปี จึงอาจมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขัดหูขัดตา เช่นเดียวกับที่มหาวิทยาลัยพยายามสร้างมาตรฐานโดยลงโทษขั้นเด็ดขาดเพราะมองว่าละเมิดสิทธิ แต่นักศึกษากลับมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกินขอบเขตซึ่งเป็นวัฒนธรรมของสาขานี้ซึ่งความเห็นที่ไม่ตรงกันอันเนื่องจากวัยที่ต่างกันนี้ ตนจะประนีประนอมเพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้ ส่วนกรณีที่มองว่าเหตุการณ์รับน้องไม่เหมาะสมเกิดกับมร.สส.ซ้ำซากนั้น ชี้แจงว่านักศึกษามร.สส.มีจำนวนมาก อย่างปีนี้นักศึกษาใหม่มีถึง 8,500 คน แต่เราก็พยายามที่สุดแล้วที่จะดูแลให้เรียบร้อย ซึ่งที่ผ่านมาก็มีปัญหาแค่เล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

“ได้เรียกนักศึกษาที่อยู่ในเหตุการณ์มาพูดคุย นักศึกษารุ่นน้องไม่ติดใจเอาความ ไม่ฟ้องรุ่นพี่ และบอกว่าที่รุ่นพี่ให้โกนหัวนั้น ก็ไม่ติดใจ เรามองว่าเป็นการละเมิดสิทธิ แต่เด็กบอกว่าไม่ละเมิดและผู้ปกครองเซ็นหนังสือยินยอมด้วย คือ ก่อนที่รุ่นพี่จะโกนหัว ได้ถามความสมัครใจและยังบอกให้เอาหนังสือไปให้ผู้ปกครองเซ็นยินยอมด้วย เด็กมองว่าเป็นวัฒนธรรมของสาขาซึ่งบอกว่าสาขาจิตรกรรมของทุกที่เป็นแบบนี้และรุนแรงกว่ามร.สส.ด้วยซ้ำ และบอกด้วยว่าการลงโทษโดยการพักการเรียนรุนแรงเกินไป ขณะนี้ก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเราทำเกินกว่าเหตุ” อธิการบดีมร.สส. กล่าวและว่า แม้นักศึกษารุ่นน้องจะไม่ติดใจ แต่มหาวิทยาลัยยอมไม่ได้ เพราะเป็นการทำร้ายร่างกายและละเมิดสิทธิ ทางมหาวิทยาลัยโดยกรรมการสอบวินัยฯ จึงได้พิจารณาลงโทษพักการเรียน เพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำอีก ไม่เช่นนั้นปีถัดไป รุ่นพี่จะทำซ้ำได้โดยอ้างว่ารุ่นน้องยินยอม

อธิการบดีมร.สส. กล่าวต่อว่า แม้จะมีเหตุการณ์รับน้องไม่เหมาะสม แต่ก็ไม่ได้กระทบต่อภาพลักษณ์ในมุมมองของนักศึกษาโดยยังคงมีนักศึกษามาสมัครเรียนกับมร.สส.จำนวนมาก อย่างปีที่เกิดเหตุการณ์รับน้องด้วยท่ากล้วยทับก็มีนักศึกษามาสมัครมากถึง 85,000 คน ขณะนี้ปีนี้มีนักศึกษามาสมัครเรียนกว่า 50,000 คน เด็กมองว่าเหตุการณ์รับน้องเป็นสีสัน เป็นความสนุกสนานจึงได้มาสมัครเรียนกับมร.สส.แต่ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าตนดีใจที่เด็กมาสมัครมากเพราะการรับน้องที่ไม่เหมาะสมนั้น ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนได้ให้กำลังใจนักศึกษาไปว่าให้ถือเป็นบทเรียน

Advertisement

นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า ทราบเรื่องแล้ว เข้าใจว่ามหาวิทยาลัยก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พอทราบเรื่องก็ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และมีการลงโทษนักศึกษาที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว ขณะเดียวกันอธิการบดีมร.สส. ยังให้สอบสวนเพิ่มเติมถึงกระบวนการรับน้องของรักศึกษากลุ่มนี้ตั้งแต่ต้นด้วย อย่างไรก็ตามยอมรับว่าสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลก็ค่อนข้างไม่พอใจที่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เพราะได้กำชับให้มหาวิทยาลัยทุกแห่งระมัดระวังไม่ให้เกิดปัญหาการรับน้องรุนแรง แต่ก็ยังเกิดขึ้นได้ ดังนั้นจึงขอให้แต่ละแห่งดูแลการจัดกิจกรรมรับน้องไม่ให้มีเหุตุการณ์รับน้องรุนแรงเกิดขึ้น

ด้านนายรัฐพงศ์ บุญญานุวัตร อดีตคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มร.สส. กล่าวว่า การรับน้องที่ไม่เหมาะสมเป็นปัญหาเรื้อรังที่กลายเป็นประเพณีที่รุ่นพี่บางคนก่อพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมบางประการไว้ ทำให้รุ่นน้องเมื่อก้าวสู่การเป็นรุ่นพี่จึงได้นำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะมาดำเนินการต่อ รุ่นน้องที่ถูกกระทำก็อยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่กล้ามีปากเสียงหรือต่อรอง ทำให้สังคมต้องมาถกเถียงแสวงหาทางออกเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาอีก อย่างไรก็ตามปัญหานี้เป็นปัญหาเรื้อรังที่ยังแก้ไม่ตก ถึงแม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)หรือสกอ.แม้กระทั่งแต่ละสถาบันจะออกประกาศและระเบียบต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางในการนำไปสู่การปฏิบัติ ก็ยังไม่สามารถยุติปัญหาได้

นายรัฐพงศ์ กล่าวต่อว่า การจะยุติปัญหา ศธ.ตลลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะสถาบันอุดมศึกษาต้องลงมาแก้ปัญหาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะอาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ผู้สอน รวมทั้งผู้ปกครอง อย่างไรก็ตามต้องชื่นชมผู้บริหารโดยเฉพาะอธิการบดีหลายๆ มหาวิทยาลัยที่ตระหนักและให้ความสำคัญในการแก้ปัญหา และอย่างกรณีล่าสุดอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งหนึ่งให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเพื่อดำเนินการป้องกันแก้ไขปัญหาด้วยภาวะที่น่าชมเชยยิ่งที่คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย และยังสั่งการให้มีการสืบหาข้อเท็จจริงให้ปรากฏว่าใครเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง และเพื่อให้เรื่องนี้ไม่บานปลายใคร่เสนอให้คณาจารย์ตระหนักและใส่ใจต่อกิจการนักศึกษาให้มากกว่าที่เป็นอยู่ ให้คิดว่างานนักศึกษาถึงแม้นอกห้องเรียนก็คืออีกหนึ่งหน้าที่ที่ไม่ควรมองข้าม ที่สำคัญควรสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่นักศึกษา พร้อมกันนั้นฝากถามไปยังศธ.ว่าหากเกิดปรากฏการณ์อย่างนี้ในอนาคต ใครคือผู้ที่ต้องรับผิดชอบ