เดินหน้าเข้าสู่ปีที่ 2 สำหรับโครงการ “KFC Community Hero เป็นตัวจริงเพื่อสังคม” จัดโดย เคเอฟซี ประเทศไทย ที่จะช่วยค้นหาศักยภาพ และความคิดสร้างสรรค์ที่มีอยู่ของนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศ ได้รู้จักนำทรัพยากรที่มีอยู่รอบตัวใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “คิดให้ใช่..แล้วไปให้สุด”

น.ส.ณิชารัศมิ์ อาชญาสิทธิวัตร ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ส่วนบริหารแบรนด์และการสื่อสารการตลาด เคเอฟซี ประเทศไทย กล่าวว่า ได้ริเริ่มโครงการนี้ขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Always Original เป็นตัวจริง เพราะรู้ว่าเด็กไทย คนไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก มีความคิดสร้างสรรค์ ความรู้ความสามารถ แต่อาจขาดทักษะการต่อยอด โดยจัดกิจกรรม CSR จะสร้างแรงบันดาลใจโดยดึงศักยภาพของนิสิตนักศึกษา ซึ่งถือเป็นกลุ่มเด็กช่วงปลายที่กำลังเติบโตเข้าสู่ผู้ใหญ่ เป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะปลูกจิตสำนึก หรือต้นกล้าเล็กๆ เข้าไปในชีวิต ระบบความคิดของเขา เติมเต็มความมั่นใจในเรื่องที่เด็กมีความสามารถ รวมถึง เสริมกระบวนการคิดที่ถูกต้องเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงแก่ชุมชน สังคมได้ โครงการดังกล่าว เน้นการสร้างแรงบันดาลใจเป็นฮีโร่ในชุมชน ซึ่งไม่จำเป็นที่ต้องเป็น CSR เต็มรูปแบบ แต่โครงการต้องสามารถสื่อสาร ทำให้สิ่งแวดล้อม หรือชุมชนเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
ซึ่งปีที่ผ่านมา โครงการดังกล่าวได้รับการตอบรับอย่างดี มีนิสิตนักศึกษาส่งแผนงานเข้าร่วมประมาณ 600-700 โครงงาน และพบว่าเด็กไทยยังมีกรอบข้อบังคับในเรื่องราวเดิมๆ ทั้งที่เด็กไทยมีศักยภาพ แต่อาจขาดกระบวนการคิดต่อยอด โครงการนี้จึงเชิญผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ สร้างแรงบันดาลใจ เห็นจากสิ่งที่จะทำมากขึ้น และแตกต่างด้วยวิธีการเดิมๆ เพิ่มเติมประสบการณ์ โดยเพิ่มกระบวนการคิด และทำเวิร์คช้อปใน KFC Community Hero Camp 3 วัน 2 คืน ที่ไม่ใช่เพียงสร้างแรงบันดาลใจ แต่จะทำให้เกิดการต่อยอดความยั่งยืนต่อไป โดยนิสิตนักศึกษาจะได้ลงมือปฏิบัติจริงตามแผนที่วางไว้ โดยทางเคเอฟซีให้การสนับสนุนเงินทุนและเอื้อให้นิสิตนักศึกษาได้ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่หลากหลายของเคเอฟซีเพื่อประโยชน์ของชุมชน
โครงการดังกล่าวเปิดรับสมัครนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศ อายุ 17-25 ปี กำลังศึกษาระดับปริญญาตรี หรือเทียบเท่า ในสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา รวมทีมสมาชิก 2-4 คน ไม่จำกัดสาขา คณะ และสถาบัน นำเสนอแผนงานพัฒนาชุมชน หรือสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นด้วยการหยิบยกปัญหาใกล้ตัว หรือที่เกิดขึ้นจริงในชุมชน พื้นที่ที่นิสิตนักศึกษามีความใกล้ชิด เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยเลือกหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง ดังนี้ Passion for Food เกี่ยวข้องกับอาหารและโภชนาการ, Passion for Life เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตในชุมชนอย่างมีเป้าหมาย และ Originality เกี่ยวกับเอกลักษณ์วัฒนธรรม หรือมรดกของชุมชนนั้นๆ ที่ควรค่าแก่การเก็บรักษา และสะท้อนรากเหง้าของชุมชน

2 สาวจากรั้วมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร (มศว) เนย – นัยยรินทร์ ชัยพัชรานนท์ และ อ๋อมแอ๋ม – พลอยพรรณ จอมเมือง นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะสังคมศาสตร์ กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีแรกที่รวมทีมเพื่อเข้าร่วมโครงการดังกล่าว โดยรู้จักโครงการจากที่เคเอฟซีมาทำโรดโชว์ที่มหาวิทยาลัย และสนใจ เท่าที่รู้เป็นการทำโครงงานเพื่อแก้ปัญหาชุมชน สิ่งแวดล้อม หรือการอนุรักษ์วัฒนธรรมชุมชนท้องถิ่นของตนเอง ซึ่งขณะนี้ พวกเรามีแนวทาง แผนโครงงานที่วางๆ เอาไว้อยู่ แต่ต้องมาหารือกันอีกครั้งว่าจะทำในเรื่องไหน อย่างไร แต่คงทำในเรื่องสภาพแวดล้อมในมหาวิทยาลัย ชุมชนที่พวกเราอยู่
“โครงการนี้ดีมาก เพราะเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาแสดงศักยภาพ ความคิด และสร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นให้พวกเราอยากทำสิ่งดีๆ ตอบแทนสังคม สร้างจิตสำนึกในการดูแล แก้ปัญหาชุมชน รวมถึง ยังทำให้พวกเราได้เห็นมุมมอง เปิดโลกทัศน์การเรียนรู้จากวิทยากรชั้นนำ ที่ได้มาถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ ยิ่งพวกเราเรียนการตลาด ก็สามารถนำไปใช้ต่อยอดในห้องเรียนได้ อยากให้ทางเคเอฟซีจัดกิจกรรมแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ” นิสิต มศว กล่าว

เช่นเดียวกับ เชง – อรตี พนาสุวรรณกุล และ ริว – สุรพศ วัฒนมัณฑนา นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ช่วยกันเล่า เป็นปีแรกที่เข้าร่วมโครงการ เพราะอาจารย์แนะนำ อีกทั้ง พวกเราเรียนในรายวิชา CSR เมื่อได้ฟังคำแนะนำ และความรู้จากวิทยากร ทำให้ได้รับองค์ความรู้ด้านการตลาด CSR มากมาย ที่สำคัญทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการทำโครงงานเพื่อชุมชนมากขึ้น และครั้งนี้พวกเราก็มีความคิดจะรวมกลุ่มกันเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม ส่งแผนงานเข้าร่วมโครงการดังกล่าว
“มีความจำเป็นอย่างมากที่เอกชน และรัฐ ต้องเปิดเวทีให้นิสิตนักศึกษาคนรุ่นใหม่ ได้เข้ามาเรียนรู้ สัมผัสประสบการณ์นอกห้องเรียน ได้แสดงศักยภาพ ความคิด การทำงานเป็นทีม กระบวนการเรียนรู้ใหม่ๆ ยังปลูกฝังจิตสำนึกด้านสาธารณะ ร่วมแก้ปัญหา ทำประโยชน์เพื่อชุมชน และชุมชนมาก นอกจากนี้ ทำให้เด็กรุ่นใหม่ได้รู้จักมุมมองความคิด ศักยภาพของตนเอง ค้นหาตัวเจอว่าจะสามารถต่อยอดไอเดีย ความคิดของตนเองที่เป็นประโยชน์เพื่อผู้อื่นได้อย่างไรบ้าง อยากให้มีการจัดโครงการดังกล่าวตลอดไป” นิสิต มก.กล่าว
สนใจสมัครถึงวันที่ 12 กันยายน ทาง www.kfcthailand.com หรือ Facebook ‘KFC Community Hero’ ทีมชนะเลิศจะได้รับทุนการศึกษา โล่รางวัลพร้อมเกียรติบัตร บัตรกำนัลเคเอฟซี พร้อมโอกาสฝึกงานกับเคเอฟซี ประเทศไทย


