เวิร์คช็อป ‘หนังควาย ควาย’ หนังสั้นสะท้อนความคิด-บอกเล่าค่านิยมทางสังคม ผ่านคนมีฝัน

3.09.17 | 16:27 น.

 

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ความตื่นตัวในการสร้างภาพยนตร์สะท้อนความคิดที่มีความยาวไม่มากนักที่เรียก “หนังสั้น” เป็นกระแสใหม่ของคนที่ต้องการนำเสนอเรื่องราวรอบตัวที่สอดรับกับความนิยมในการเสพสื่อของคนยุคดิจิตอลที่ต้องการรับรู้โลกด้วยสื่อที่รวดเร็วโดนใจ ขณะที่ผู้สร้างก็สามารถเข้าถึงวิธีการขั้นตอนการสร้างสรรค์ที่ไม่ต้องใช้งบประมาณมากนัก อีกทั้ง ยังสามารถเข้าถึงทรัพยากรทางความคิดขนาดมหึมาผ่านโลกโซเชียล เป็นบันไดขั้นแรกของคนขายฝันผ่านภาพ และเสียงเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้กำกับมืออาชีพ

ปรัชญา ปิ่นแก้ว ผู้กำกับภาพยนตร์ไทย นักเขียนบทภาพยนตร์ และผู้ควบคุมการสร้าง ผลงานภาพยนตร์สร้างชื่อคือเรื่อง องค์บาก และ ต้มยำกุ้ง ซึ่งได้เดินทางมาเป็นวิทยากรให้กับค่ายหนังสั้นครั้งที่ 3 ของคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) แสดงทัศนะว่า

“ภาพยนต์เป็นสื่อที่ทรงอานุภาพในการขับเคลื่อนทางสังคมในแง่มุมที่หลากหลายของคนผลิต ซึ่งคนส่วนใหญ่มองภาพยนตร์เป็นสื่อเพื่อความบันเทิง ซึ่งนั่นคือจุดเด่นที่ภาพยนต์นำมาใช้เพื่อให้คนดูมีความสนุกเปิดใจรับ จึงสอดแทรกแง่มุมคิดค่านิยมให้กับผู้ชมได้แบบฝังลึก เช่น สาระรายละเอียด ทั้งเรื่องนำมาสู่ความดีชนะความเลว แต่คนสร้างแต่ละคนต้องหาวิธีที่แปลกใหม่แตกต่างเพื่อดึงความสนใจคนดู เพื่อนำมาสู่จุดสุดท้ายเดียวกัน วันนี้วงการภาพยนตร์ต้องปรับตัว และเรียนรู้เพราะสังคมเปลี่ยนทำให้ทุกคนจากผู้รับสื่อกลายเป็นผู้นำเสนอด้วยตัวเองผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัยกันหมดแล้ว”

บัณฑิต ทองดี นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย นักเขียนบทภาพยนตร์ และผู้ควบคุมการสร้าง ซึ่งเป็นอีกคนหนึ่งที่ได้เดินทางมาร่วมค่ายหนังสั้นครั้งที่ 3 ของคณะศิลปกรรมศาสตร์ มข.กล่าวว่า

Advertisement

“ทุกวันนี้คนดูหนังมากขึ้น แต่เป็นการดูผ่านการส่งต่อบนโลกโซเชียล ทำให้ผู้ชมมีทางเลือก และเข้าถึงหนังดีๆ มากมาย แต่ในทางกลับกัน มันกลับทำให้อุตสาหกรรมผลิตภาพยนต์บ้านเรามีผลกระทบจากพฤติกรรมการดูหนัง และยังรวมถึงปัญหาลิขสิทธิ์ด้วย แต่สำหรับโอกาสของคนรุ่นใหม่ที่จะก้าวสู่วงการผู้ผลิตมีมากขึ้น เพราะเทคโนโลยีทำให้การสร้างหนังง่ายขึ้น และยังมีโครงการกิจกรรมต่างๆ ที่จะให้ทุกคนได้มาเรียนรู้ และแชร์ประสบการณ์กัน เช่น กิจกรรมค่ายผลิตหนังสั้นที่คณะศิลปกรรมศาตร์ทำทุกปี ก็เป็นบันไดขั้นหนึ่งซึ่งทุกปีก็มีคนสนใจมากขึ้น และเริ่มผู้ผลิต มาสู่นักศึกษามหาวิทยาลัย จนวันนี้เริ่มมีนักเรียนระดับมัธยมศึกษาที่มาแลกเปลี่ยนความคิดกันและกัน มีผลงานหนังสั้นที่มาจากมุมคิดของคนรุ่นใหม่ พวกเขามามองหาโอกาสและกำลังสร้างโอกาสให้กับอุตสาหกรรมหนังไทยที่จะได้ฟื้นคืนชีวิต”

หอภาพยนตร์อีสาน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มข.จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การผลิตภาพยนตร์สั้นสร้างสรรค์ศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 11-14 สิงหาคม ที่บ้านหนองผือ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ภายใต้ชื่อ “หนังควาย ควาย” ตามบริบทท้องถิ่นของที่ตั้งค่ายกิจกรรมอันเป็นหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย แล้วได้เชิญภาคเอกชน เครือข่ายสถาบันการศึกษาทั้งภายในประเทศ และจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการปฏิบัติการสร้างหนังรวมกว่า 200 คน ด้วยการฟังบรรยายสร้างแรงบันดาลใจ และการผลิตผลงานหนังสั้นมาเพื่อนำเสนอพร้อมกันจำนวน 30 ผลงานในพื้นที่ตั้งค่ายหนังวัดศรีมงคล โดยมีวิทยากรที่มีประสบการณ์ภาพยนต์คอยให้คำแนะนำขั้นตอนคือ บัณฑิต ทองดี นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ปรัชญา ปิ่นแก้ว และ นนทรี นิมิบุตร รศ.ดร.นิยม วงศ์พงษ์คำ ซึ่งอยู่ร่วมกิจกรรมในค่ายตลอดทั้ง 4 วัน

อาจารย์ นิรันดร์กุล สิงห์ประเสริฐ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว ซึ่งนำคณะมาจาก สปป.ลาว ร่วมในกิจกรรมบอกว่า “รู้สึกถึงประสบการณ์ใหม่ เพราะที่เคยอบรมมาเป็นกิจกรรมด้านทักษะความรู้ แต่ครั้งนี้เป็นค่ายที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจได้มาก เพราะวิทยากรเป็นคนมีผลงานมีชื่อเสียง มีความฝันของตัวเองที่จะมีหนังสักเรื่องที่ได้ไปไกลถึงเทศกาลระดับโลก เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาสอนคนรุ่นหลัง ค่ายหนังเป็นกิจกรรมที่ดีที่ช่วยส่งเสริมเป็นโอกาสให้คนที่ชอบสิ่งเดียวกันมาพบปะกัน”

อาจารย์ ณัฐพงศ์ เขียวศรี อาจารย์จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้นำคณะนักศึกษามาร่วมกิจกรรมค่าย กล่าวว่า “เป็นครั้งที่ 2 ที่ได้รับโอกาสจาก มข.ให้เข้ามาร่วมในกิจกรรม ที่มหาวิทยาลัยมีหลักสูตรการสอนอยู่บ้าง แต่ไม่มากนักสำหรับการนำนักศึกษามาเพื่อเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ ซึ่งนักศึกษาที่มาล้วนมีความกระตือรือล้น และสนใจอยู่แล้ว ซึ่งนอกจากความรู้แล้ว พวกเขาจะได้เรียนรู้การใช้ชีวิตร่วมกัน และการเรียนรู้ชุมชน โครงการครั้งนี้เป็นโครงการที่ดีมากและหวังว่า มข.จะให้โอกาสเราในการมาร่วมกิจกรรมปีต่อๆ ไป”

บรรยากาศของค่ายหนังสั้นครั้งนี้ ผู้สร้างหนังทุกคนต้องพักค้างคืนในวัดศรีมงคล ซึ่งเป็นวัดกลางหมู่บ้านมี พระครูสิทธิอัฐสาร เป็นเจ้าอาวาส เพื่อนำเสนอเค้าโครงหนังสั้นต่อวิทยากร และรับคำแนะนำ จากนั้นได้ถ่ายทำโดยอาศัยความร่วมมือทั้งนักแสดง และสถานที่ถ่ายทำจริงในบริเวณของหมู่บ้าน ซึ่งสร้างสรรค์ประเด็นเรื่องได้อย่างอิสระเพื่อสะท้อน วิถีชน ภูมิปัญญา และความคิดตลอดจนศิลปะและวัฒนธรรม จนนำมาสู่การเสนอผลงานในรูปแบบหนังกลางแปลงในคืนวันที่ 13 สิงหาคม ภายใต้แนวคิด “ไม่ประกวด แต่ประชัน” เพื่อให้วิทยากรผู้กำกับได้วิพากษ์วิจารณ์เสนอแนะเป็นรายผลงาน ซึ่งวันนั้นยังมีชาวบ้าน และนักเรียนที่มีโอกาสร่วมในฉากหนังต่างมาร่วมชมอย่างคึกคัก จนในวันที่ 14 สิงหาคม วันสุดท้ายของกิจกรรม มีพิธีปิดพร้อมทั้งมอบใบประกาศนียบัตรให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ ทุกคนต่างร่ำลากันด้วยไมตรีที่อบอุ่นประทับใจ

รศ.นิยม วงศ์พงษ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ พูดถึงความสำเร็จของโครงการครั้งนี้ และการจัดกิจกรรมในวันข้างหน้าว่า “ได้เห็นผลงานแล้ว มีความเชื่อมั่นแวดวงการทำหนังของเรายังไปต่อได้ คนรุ่นใหม่มีพลัง และมีความคิดสร้างสรรค์ เราเชื่อว่าไอเดียจากหนังกว่า 30 เรื่อง อาจโดนใจวิทยากรที่มาจากสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย แล้วถูกนำไปต่อยอดเป็นหนังใหญ่ สำหรับวันข้างหน้ากิจกรรมนี้จะขยายตัวออกไปแน่นอน เพราะจากจุดเริ่มต้นที่มีผู้มาร่วมค่ายไม่มากนัก มาวันนี้คนสนใจมาก มีหลายคนเดินทางมาจาก สปป.ลาว ตอนนี้เรากำลังประสานความร่วมมือประเทศในลุ่มน้ำโขง ผมเชื่อว่าวันข้างหน้าจะกลายเป็นหนังสั้นอาเซียนที่คนทำหนังมารวมตัวกัน

“หนังสั้น” จะเป็นสื่อเพื่อส่งต่อความคิด หรือเป็นงานศิลปะที่ส่งเสริมจินตนาการ แต่หนังสั้นได้เบียดเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกระแสทางสังคมแล้ว โดยมีคนเบื้องหน้า และเบื้องหลังจำนวนมากต่างกลั่นกรองสร้างผลงานให้เราได้พิสูจน์ตัดสินกัน เมื่อเวลาผ่านไปผลงานเหล่านี้อาจเป็นเสมือนปูมประวัติศาสตร์ เป็นไดอารี่ของความคิดที่ทรงคุณค่าเพื่อให้คนรุ่นต่อๆ ไปได้หวนมองเห็นวิถีชีวิต รวมทั้ง ค่านิยมผู้คนในเวลาหนึ่ง