พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้แก่ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ว่า ถือเป็นการมาเยี่ยม สกสค. อย่างเป็นทางการครั้งแรก ได้ทำความรู้จักผู้บริหาร และได้รับฟังปัญหา ซึ่งสกสค.ก็ยอมรับว่า ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นที่เกิดขึ้นในอดีต ทำให้สกสค.ถูกคนมองไม่ดี นั่นคือสิ่งที่ผู้บริหารชุดเดิมทำไว้ ซึ่งตนก็ย้ำว่า เราต้องช่วยกันแก้ภาพพจน์ของสกสค.ให้ดีขึ้น โดยผู้บริหารชุดใหม่ กำลังแก้ไขปัญหา และสามารถแก้ไขไปได้พอสมควรแล้ว โดยจะเห็นได้ว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตบางคนถูกดำเนินคดีไปแล้ว บางคนอยู่ระหว่างการดำเนินการตามกฎหาย ดังนั้นต้องช่วยกันให้กำลังใจคนทำงาน เพื่อให้เดินต่อไปข้างหน้า ขณะเดียวกันตนยังฝากให้ไปดูนโยบายต่าง ๆ ของศธ.ว่า สกสค.จะสามารถเข้ามาช่วยดำเนินการหรือแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างไรบ้าง โดยเฉพาะเรื่องสวัสดิการและสวัสดิภาพครู ซึ่งสกสค.รับโจทย์ทั้งหมดไป ส่วนประเด็นของบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด และบริษัท หนองคายน่าอยู่ จำกัด ไม่ได้มีการคุยในรายละเอียด
รัฐมนตรีว่าการ ศธ.กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ได้มอบหมายให้ สกสค. ดำเนินการทางกฎหมายเพื่อขอให้ธนาคารธนชาตคืนเงินจำนวน 2,100 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ให้สกสค. เนื่องจากตรวจสอบพบว่าการอนุมัติเบิกถอนเงินของ สกสค.และปิดบัญชีไม่ถูกต้อง โดย สกสค.ได้ทำหนังสือถึงธนาคารเพื่อยืนยันว่า หนังสือจากสกสค. ถือเป็นเอกสารสำคัญทางราชการ มีส่วนสำคัญในการพิจารณาอนุมัติเบิกถอนเงิน ไม่ใช่แค่ใบเบิก-ถอนตามที่ธนาคารยืนยันมาเท่านั้น โดยเฉพาะการเบิกถอนเงินจำนวนมากผ่านระบบบาทเนต ซึ่งล่าสุดธนาคารธนชาต ทำหนังสือชี้แจงถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสื่อมวลชน ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องดังกล่าว ขณะที่นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสกสค. ได้สรุปความเห็นที่ปรึกษาทางกฎหมายมาแล้ว โดยนายพินิจศักดิ์ ได้รายงานให้ตนรับทราบด้วยวาจา
“ผมก็โอเคให้ว่าตามที่เสนอ และให้ดำเนินการตามที่ควรจะทำ แต่ก็ขอให้กลับไปดูบางมุมเพิ่มเติม โดยเฉพาะข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ครอบคลุมทั้งหมดแล้วเสนอมาให้ผมพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ส่วนฝ่ายกฎหมาย เสนอให้ดำเนินการอย่างไรบ้างนั้น คงบอกไม่ได้ตอนนี้ ประเด็นสำคัญที่ให้กลับไปดูคือ ภาระผูกพันที่เกิดจากข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดินว่ามีอะไรบ้าง และอำนาจในการดำเนินการจริง ๆ อยู่ที่ใคร ซึ่งทางฝ่ายกฎหมายพูดถึงสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น พูดถึงข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นสำคัญ ซึ่งผมก็ได้ขอให้นายพินิจศักดิ์ ไปดูให้รอบคอบอีกครั้ง และดำเนินการตามที่ควรจะทำ” พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าว
แหล่งข่าวระดับสูงจากศธ. เปิดเผยว่า ข้อสรุปที่ฝ่ายกฎหมายของสกสค. เสนอให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.พิจารณานั้น ไม่ได้ระบุให้ฟ้องหรือไม่ฟ้องแพ่งธนาคาร เพื่อเรียกเงินคืน แต่ขอให้ดำเนินการตามทีละขั้นตอนก่อน ซึ่งมีหลายเรื่องและต้องใช้เวลานาน ดังนั้นพล.อ.ดาว์พงษ์ จึงขอให้สกสค.กลับไปดูสรุปสำนวนของผู้ตรวจการแผ่นดินอีกครั้งว่ามีข้อเสนอแนะให้ดำเนินการในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง และขอให้พิจารณาตามนั้น แล้วเสนอกลับมาให้รัฐมนตรีว่าการศธ.ดูอีกรอบ

