หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ : พระปรางค์วัดอรุณฯ “มหาธาตุหลวง” กรุงรัตนโกสินทร์

4.09.17 | 16:45 น.

พระปรางค์วัดอรุณฯ “มหาธาตุหลวง” กรุงรัตนโกสินทร์

 

พระปรางค์ วัดอรุณฯ กรุงเทพฯ (ภาพจากมติชนออนไลน์ วันเสาร์ที่ 2 กันยายน 2560)

พระปรางค์วัดอรุณฯ “มหาธาตุหลวง” กรุงรัตนโกสินทร์ บูรณะเสร็จแล้วโดยกรมศิลปากร สังคมทั่วไปวิพากษ์วิจารณ์กว้างขวางผ่านสื่อสาธารณะ ด้วยความคิดเห็นหลายหลาก มีทั้งชื่นชมและชิงชัง
นักวิชาการฝูงหนึ่งจากมหาวิทยาลัย ท่องตำราบูรณะแบบอาณานิคมเป็นอุดมคติ แล้วตำหนิติฉินการบูรณะของกรมศิลปากรว่าขาดตกบกพร่อง เพราะระบบจ้างเหมา

ช่างจ้างเหมา ฝีมือดีกว่ากรมศิลป์

“ระบบจ้างเหมา ยืนยันว่ากรมศิลป์ไม่ใช้ระบบจ้างเหมาไม่ได้ เนื่องจากจะทำงานไม่ทัน”
“นอกจากนี้ ช่างบางส่วนในบริษัทรับเหมา มีฝีมือดีกว่าช่างในกรมศิลปากรด้วยซ้ำ เนื่องจากเป็นข้าราชการเก่าที่เกษียณอายุราชการแล้วไปทำงานให้บริษัทเหล่านั้น”

Advertisement

สุวิชญ์ รัศมิภูติ (อดีตอธิบดีกรมศิลปากร) บอกความจริงต่อที่ประชุมเสวนาวิชาการ เรื่องการบูรณะพระปรางค์วัดอรุณฯ (ที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ เมื่อตอนบ่าย วันอาทิตย์ที่ 3 กันยายน 2560)
อธิบดีสุวิชญ์ เป็นวิศวกร ตรงไปตรงมา โผงผางอย่างมีวุฒิภาวะ จึงเป็นที่เชื่อถือและไว้วางใจ ไม่โหวกเหวกโวยวายเป็นเกวียนเปล่า

ระบบจ้างเหมา หมายถึง กรมศิลปากรจ้างเหมาเอกชนทำงานบูรณปฏิสังขรณ์โบราณสถานและปูชนียสถาน โดยการออกแบบและควบคุมของข้าราชการกรมศิลปากร
สมัยก่อน กรมศิลปากรทำเอง บูรณะโบราณสถานโดยข้าราชการทั้งหมด ประกอบด้วยช่างสาขาต่างๆ และนักโบราณคดี

แต่สิ้นเปลืองมาก เพราะงานล่าช้ามหาศาล ด้วยเหตุผลต่างๆ นานาสุดแต่ข้าราชการจะสรรถ้อยคำพรรณนาแก้ตัวน้ำใสๆ (ไหลเย็นเห็นตัวปลา)

สรุปว่าทำเองต้องล้างผลาญทั้งงบประมาณและเวลา ได้ไม่คุ้มเสีย อธิบดีฯ สมัยหลังจึงตัดสินใจเปลี่ยนวิธีใช้ระบบจ้างเหมาให้บริษัทเอกชนที่มีนักโบราณคดีและมีประสบการณ์งานบูรณะ
ปัญหาที่เกิดขึ้นล้วนจากระบบราชการกับระบบการควบคุมงานของข้าราชการกรมศิลป

ากร จะโทษคนอื่นมิได้
และที่สำคัญคือการแบ่งปันเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารความรู้สู่สาธารณะ ซึ่งมีปัญหาอ่อนแอมากๆ (ที่ผมเขียนบอกบ่อยๆ จนน่าเบื่อ จึงจะไม่พูดซ้ำซากอีกในตอนนี้)

กรมศิลป์ทบทวนตัวเอง

กรมศิลปากร ต้องทบทวนการทำงานหลายอย่าง เช่น

1. เปิดรับการตรวจสอบจากสังคมภายนอกด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตัว เพราะสื่อสาธารณะเป็นหลักฐานว่ามีผู้ติดตามงานจำนวนมาก

ควรเลิกยกตนด้วยความหลงตัวเองว่าเป็นผู้รู้แต่ผู้เดียว เพราะไม่จริง พวกคิดอย่างนั้นล้วนโกหกตัวเอง (อดีตอธิบดีกรมศิลป์อย่างคุณสุวิชญ์ เจ๋งสุดเรื่องนี้ เพราะท่านจบวิศวะ ไม่ได้จบโบราณคดี)

2. สื่อสารกับสังคมด้วยการเผยแพร่แบ่งปันข้อมูลข่าวสารทุกเรื่อง เพราะทั้งหมดเป็นสมบัติร่วมของประชาชนพลเมือง แต่ถูกริบไปโดยรัฐราชการตั้งแต่นานมาแล้ว จากนั้นรวมหัวพวกเดียวกันเองว่าเป็นความลับราชการ ห้ามบริการ

โดยหลักสากล ทุกอย่างไม่เป็นความลับ (ถ้าจะมี ก็มีแค่ของลับ)
ถ้ากรมศิลปากรให้ความสำคัญ และให้เกียรติสังคมทั่วไป สังคมทั่วไปก็ให้ความสำคัญและให้เกียรติกรมศิลปากร ตรงกับคำโบราณว่า “ให้ท่านท่านจักให้ ตอบสนอง”
ที่ผ่านมา กรมศิลปากรทำสิ่งตรงข้ามคำโบราณ

อาจารย์มหาวิทยาลัย

อาจารย์มหาวิทยาลัย ควรทบทวนตัวเองอย่างมีสติ และเปิดกว้าง เพราะสิ่งที่แสดงออก (เท่าที่อ่านรายงานข่าว) แสดงว่ามีปัญหาระหว่างภาคทฤษฎีกับภาคปฏิบัติ

1. ทฤษฎีตั้งแต่ยุคอาณานิคมเมื่อ 100 ปีที่แล้ว ว่าไว้ยังไงก็ยังท่องจำอย่างนั้น ขณะที่ภาคปฏิบัติต้องแก้ปัญหาซึ่งเกิดขึ้นจริง มีรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย

ดูเหมือนอาจารย์มหาวิทยาลัยไม่ได้ปรับใช้ และไม่เคยมีผลงานบูรณะโบราณสถานเพื่อฝึกนักศึกษา ยิ่งทำให้ไม่น่าวางใจต่อการศึกษาด้านนี้

2. เปิดใจให้กว้าง แล้วหายใจให้ลึก เพื่อยอมรับความเปลี่ยนแปลงโลกวิชาการว่าไม่เหมือนเดิม โดยล้มเลิกไปนานแล้วแนวคิดประวัติศาสตร์โบราณคดีรวมทั้งการอนุรักษ์แบบอาณานิคม

มหัศจรรย์อย่างยิ่ง อาจารย์มหาวิทยาลัยในไทยจำนวนไม่น้อย ยังงมงายยึดติดอย่างเหนียวแน่นต่อแนวคิดแบบอาณานิคม

3. พระปรางค์วัดอรุณฯ ยังมีชีวิตเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตามความเชื่อของมวลชนในสังคมที่ไม่หยุดนิ่ง อย่าเอากรอบคิดหยุดนิ่งแบบอาณานิคมไปกำหนดการบูรณะปูชนียสถานที่เคลื่อนไหว
กระเบื้องที่ใช้การไม่ได้เพราะกาลเวลาทำลายตัวกระเบื้องเอง ถ้าทำประโยชน์ได้ก็ควรทำ เช่น ทำพระพิมพ์ พระเครื่อง นั่นดีแล้ว ดีกว่าทิ้งส่งเดช

นักโบราณคดีควรสำรวจตัวเองเรื่องนี้ ที่เก็บอิฐหักกากปูนไว้เต็มโกดัง ด้วยข้ออ้างต่างๆ นานา เช่น วิจัย ฯลฯ แต่แล้วก็ลืมทิ้งเป็นขยะไปแล้วกี่ร้อยตัน? งานวิจัยก็ไม่มี

4. เลิกหวงวิชาเหมือนหมอผียุคล่าเมืองขึ้น แล้วหันมาบำเพ็ญตนเป็นประโยชน์ต่อสังคม ด้วยการแบ่งปันเผยแพร่ข้อมูลความรู้อย่างสม่ำเสมอทางประวัติศาสตร์โบราณคดี ทั้งที่ควรอนุรักษ์และไม่ควร เช่น
ร่วมประท้วงการทำลายกำแพงพระราชวังเดิม และชุมชนป้อมมหากาฬ ตลอดจนป้อมมหาชัยที่สมุทรสาคร ฯลฯ

ไม่ใช่รับเงินวิจัยได้ประโยชน์ส่วนตัวแล้วอ้างวิชาการไปทำลายธรรมชาติแม่น้ำเจ้าพระยา ตลอดจนบิดเบือนประวัติศาสตร์ที่ราบสูงกับที่ราบลุ่ม เช่น ปราสาทพระวิหาร