อดีตบิ๊ก สพฐ.แจง’ปาร์ตี้คูปองพัฒนาครูว่อนไลน์’ แค่กิจกรรมหลังอบรม ยันส่วนหนึ่งของPLC-ช่วยผ่อนคลาย

6.09.17 | 11:13 น.

เมื่อวันที่ 5 กันยายน นายเสน่ห์ ขาวโต อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) ในฐานะผู้รับผิดชอบหลักสูตรการพัฒนาครูประจำการในรูปแบบ PLC : พัฒนาเพื่อศิษย์และเลื่อนวิทยฐานะ เปิดเผยถึงกรณีที่มีไลน์ครูเผยแพร่ภาพปาร์ตี้สังสรรค์ของหลักสูตรที่ตนรับผิดชอบโดยมีการวิจารณ์ว่ามุ่งเน้นการสังสรรค์นั้นว่า หลักสูตรดังกล่าวสถาบันคุรุพัฒนารับรองโดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับมาตรฐานหลักสูตร ตัวชี้วัดหลักสูตร การออกแบบการเรียนรู้ การวัดผลประเมินผล Active Leaning สะเต็มศึกษา การสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community :PLC) และวิจัย และตนได้เพิ่มเติมเนื้อหานอกเหนือจากที่สถาบันคุรุพัฒนารับรอง คือ เรื่องวินัยข้าราชการ ระเบียบการปฏิบัติในโรงเรียนและหลักเกณฑ์และวิธีการขอวิทยฐานะตาม ว20 ว21 และว22 โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมไปจากที่ครูลงทะเบียนคนละ 10,000 บาท

นายเสน่ห์ กล่าวต่อว่า หลักสูตรนี้มีทั้งหมด 10 รุ่นแต่ละรุ่นมีครูลงทะเบียนเข้าอบรมประมาณ 120 คน ที่ปรากฏเป็นข่าวคือรุ่นที่ 6 จัดอบรมกันที่จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 5 วัน 4 คืน อบรมกันทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน โดยคืนที่ 4 หลังจากเรียนเนื้อหาหลักสูตรจบแล้ว คืนนั้นเราจัดกิจกรรมแบ่งกลุ่มให้ครูร่วมกันคิดกิจกรรม เป้าหมายหลักคือให้ครูนำความรู้ที่ได้จากการอบรมมาบูรณาการกับ PLC ส่วนผลพลอยได้คือครูได้ผ่อนคลายหลังการอบรมมาตลอด 4 วัน โดยให้แต่ละกลุ่มคิดกิจกรรมและแสดง 7-8 นาที ซึ่งมีทั้งกิจกรรมการแต่งเพลงโดยเป็นการนำเนื้อหาที่ได้จากการอบรมมาแต่งเป็นเพลง กิจกรรมแสดงบทละครซึ่งเป็นการสวมบทบาทการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์เมื่อเกิดปัญหาขึ้นในชั้นเรียน ซึ่งก็เป็นไปตามแนวทาง PLC ทั้งนี้เนื้อหากิจกรรมที่ตนเพิ่มเติม 2 วิชา 6 ชั่วโมงไม่ได้เก็บค่าใช้จ่ายเพิ่ม รวมถึงอาหารซึ่งเดิมเราจัดให้รับประทาน 3 มื้ออยู่แล้ว เราก็แถมมื้อกลางคืนให้ฟรีด้วย

“ยืนยันว่ากิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ PLC และวิทยากรก็เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญหรือหากไม่เชี่ยวชาญก็ต้องจบดอกเตอร์ทุกคน และยืนยันว่าโครงการคูปองพัฒนาครูที่กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ดำเนินการ โดยให้ครูเป็นผู้เลือกหลักสูตรการอบรมและให้ผู้อำนวยการโรงเรียนและเขตพื้นที่ฯ อนุมัตินั้น เดินมาถูกทางแล้ว เพราะเป็นโอกาสที่ครูจะได้รับการพัฒนาได้ตามความถนัดและความสนใจ เช่นเดียวกับผู้อำนวยการโรงเรียนที่เป็นผู้อนุมัติ ก็รู้ว่าครูคนใดมีจุดอ่อนด้านใดที่ควรต้องอบรมเพิ่มเติม ส่วนปัญหาอุปสรรคนั้น เป็นธรรมดาที่ต้องมีปัญหาอุปสรรคในขั้นตอนการดำเนินงานต่างๆ บ้างเพราะเพิ่งเริ่มต้นเป็นปีแรก ทำโครงการกับครูถึง 4 แสนคนและมีการเตรียมการแค่ 2 เดือน เพียงแต่ปรับปรุงไปอีก 1-2 ครั้ง คิดว่าทุกอย่างก็คงเข้าที่” ผู้รับผิดชอบหลักสูตรกล่าว

นายเสน่ห์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่ถามว่าผลการประเมินการจัดอบรม 1-6 รุ่นที่ผ่านมาเป็นอย่างไรนั้น ที่ผ่านมาได้รับการประเมินในระดับดีถึงดีมาก ที่มีติงบ้างก็เรื่องที่พักที่เราจัดให้อยู่รวมกัน 3-4 คนในห้องเดียวกันซึ่งอาจไม่สะดวกสบายเหมือนพักที่โรงแรม ทั้งนี้หลังการจับอบรมแล้ว ระยะต่อไปก็จะเป็นการติดตามผลโดยตนยอมรับว่าวิทยากรของตนคงไม่สามารถลงไปติดตามได้ถึงที่โรงเรียนกับครูทั้ง 120 คนในแต่ละรุ่นได้ เพราะจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ขณะที่ครูที่ลงทะเบียนอบรมมีมาจากทั่วประเทศ อาทิ เชียงใหม่ สงขลา ภูเก็ต ชุมพร เป็นต้น จึงไม่สามารถเดินทางไปทั่วประเทศได้ อย่างไรก็ตามการติดตามผลมีหลายวิธี หลักสูตรของตนจะใช้วิธีการติดตามผลและเสนอแนะแก่ครูผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการพัฒนาครูรูปแบบครบวงจร หรือ คูปองพัฒนาครู คือโครงการที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) จัดสรรงบประมาณให้ครูจำนวน 10,000 บาท/คน/ปี ให้ครูเลือกหลักสูตรการอบรมตามความถนัดและสนใจ โดยการอบรมจะเชื่อมโยงกับหลักเกณฑ์การขอมีและเลื่อนวิทยฐานะใหม่ที่กำหนดให้ครูต้องเข้ารับการอบรมพัฒนาตัวเองไม่น้อยกว่า 12-20 ชั่วโมง/ปี

Advertisement