บอร์ดกช. เล็งเพิ่มค่าอาหารกลางวันเด็กร.ร.เอกชน

6.09.17 | 15:45 น.

เมื่อวันที่ 6 กันยายน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ว่า มี่ประชุมได้หารือ เรื่องการปรับแก้ระเบียบต่าง ๆ ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการหลายเรื่อง โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ปรับแก้ ระเบียบกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบ เพื่อเปิดกว้างให้ โรงเรียนในระบบประเภทสามัญศึกษาที่ไม่ได้รับเงินอุดหนุนสามารถกู้ยืมเงินจากกองทุนฯ ได้โดยไม่จำกัดวงเงิน ซึ่งขณะนี้กองทุนฯ มีเงินหมุนเวียนอยู่ประมาณ 700 ล้านบาท นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือ กรณีที่สถาบันการศึกษาเอกชน ขอรับการอุดหนุนเพิ่มเติมจากศธ. ซึ่งที่ผ่านมามีเสียงบ่น ว่าหลายเรื่องไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ เช่น การอบรมพัฒนาครู การอุดหนุนอาหารกลางวัน สำหรับเด็กอนุบาล และเด็กประถมศึกษาในโรงเรียนเอกชน อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติที่ประชุมเห็นด้วยในหลักการ และโดยนโยบายตนไม่อยากให้แบ่งแยกว่าเป็นรัฐหรือเอกชน โดยในส่วนของการสนับสนุนอาหารกลางวัน ที่ประชุมได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ไปดูว่า โดยระเบียบแล้ว สามารถดำเนินการได้หรือไม่ เพราะปัจจุบันศธ.ได้โอนงบฯ ค่าอาหารกลางวันไปไว้ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แล้ว

นายพะโยม ชิณวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) กล่าวว่า เดิมงบฯ ค่าอาหารกลางวันอยู่ที่ศธ. แต่ภายหลังได้ถ่ายโอนไปให้อปท. ซึ่งหากจะให้โรงเรียนเอกชนได้รับการอุดหนุนค่าอาหารกลางวันด้วย จะต้องไปศึกษาข้อกฎหมาย ว่าสามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งหากจะให้ศธ. จัดสรรโดยตรงต้องเป็นเรื่องของการขอเพิ่มงบฯ ซึ่งต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา ทั้งนี้ปัจจุบัน โรงเรียนเอกชน ดูแลเด็กกว่า 2.1 ล้านคน ในจำนวนนี้ แบ่งเป็น กลุ่มโรงเรียนที่ไม่ขอรับการอุดหนุน กลุ่มโรงเรียนที่ได้รับการอุดหนุน 70% และกลุ่มโรงเรียนที่ได้รับการอุดหนุน 100% โดยกลุ่มที่ขอรับการอุดหนุนค่าอาหารกลางวันสำหรับเด็กอนุบาล และเด็กประถมนั้น จะอยู่ในกลุ่มที่ได้รับการอุดหนุน 70% ซึ่งมีจำนวน 3,034 โรงเรียน ในจำนวนนี้มีเด็กยากจน และเด็กพิการทุพลภาพ ที่ได้รับการอุดหนุนค่าอาหารกลางวันอยู่แล้ว 28% ส่วนกลุ่มที่ได้รับการอุดหนุน100% จะได้รับการอุดหนุนในส่วนของค่าอาหารกลางวันอยู่แล้ว