รายงานข่าวจากการประชุมสภามหาวิทยาลัยนครพนม(มนพ.) เมื่อวันที่ 9 กันยายน ณ โรงแรมมารวยการ์เด้นส์ กรุงเทพ โดยมีนายภาวิช ทองโรจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยทำหน้าที่ประธาน ซึ่งตามวาระการประชุมได้กำหนดให้มีการพิจารณาผลการดำเนินการคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้ารับการพิจารณาเพื่อเสนอแต่งตั้งเป็นอธิการบดีซึ่งจะเสนอโดย นพ.วุฒิชัย ธนาพงศธร ประธานคณะกรรมการสรรหาอธิการบดี เพื่อพิจารณาต่อไปว่าจะลงมติคัดเลือกผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นอธิการบดีหรือไม่ ที่ประชุมได้พิจารณาผลการดำเนินการของคณะกรรมการสรรหาเบื้องต้นแล้ว มีมติยังไม่มีการลงคะแนนเพื่อคัดเลือกบุคคลในวันดังกล่าว เพื่อรอให้มีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัยประเภทผู้ทรงคุณวุฒิจากบุคคลภายนอกที่ยังขาดอยู่อีก 7 คน ให้มีจำนวนเต็มคณะเสียก่อน เพื่อให้การลงมติมีความรอบครอบโดยปราศจากข้อกังขาในด้านธรรมาภิบาล ทั้งนี้ ในปัจจุบันสภามนพ. มีกรรมการทั้งสิ้นจำนวน 16 คน ซึ่งมีองค์ประกอบครบถ้วน และพ.ร.บ.มหาวิทยาลัยนครพนม พ.ศ. 2547 ให้การรับรองว่าสามารถดำเนินการต่อไปได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ดี ตามโครงสร้างของกรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งมีกรรมการทั้งสิ้นจำนวน 23 คน กฎหมายได้กำหนดให้มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นบุคคลภายนอก จำนวน 12 คน ซึ่งจากจำนวนนี้ปัจจุบันมีผู้ลาออกด้วยเหตุผลความจำเป็นและโอกาสต่างๆ รวมทั้งสิ้น 7 คน เหลือกรรมการประเภทผู้ทรงคุณวุฒินี้อยู่ 5 คน ซึ่งทั้งหมดต้องไปทำหน้าที่เป็นกรรมการสรรหาอธิการบดีตามที่ข้อบังคับระบุให้มีกรรมการจากกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 คน สภามหาวิทยาลัยพิจารณาแล้วเห็นว่า หากให้กรรมการทั้ง 5 คนซึ่งทำหน้าที่ในการสรรหามาก่อนแล้วมาทำการลงมติอีกครั้งหนึ่งก็อาจดูไม่เหมาะสม แม้ว่าในการสรรหานั้นเสียงของกรรมการทั้ง 5 คนจะไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมดก็ตาม แต่หากมีกรรมการเพิ่มอีก 7 คน ครบตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด การพิจารณาคัดเลือกก็น่าจะมีความรอบครอบยิ่งขึ้น และมีความสมบูรณ์ตามหลักธรรมาภิบาล ทั้งนี้ สภามหาวิทยาลัยได้นำประเด็นนี้หารือไปยังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)แล้ว ก็ได้รับคำแนะนำไปในทางเดียวกัน คือแม้ว่าการดำเนินการของสภามหาวิทยาลัยในขณะนี้จะถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ แต่เรื่องการสรรหาอธิการบดีเป็นเรื่องที่สำคัญต่ออนาคตของมหาวิทยาลัย การรอให้มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเต็มคณะก่อนจะเหมาะสมตามหลักธรรมาภิบาลยิ่งขึ้น
ด้านนายภาวิช นายกสภามนพ. ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า หากสภาฯ จะยืนยันการลงมติคัดเลือกอธิการบดีเลยในวันนี้ก็สามารถกระทำได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย แต่เพื่อความสมบูรณ์และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อมหาวิทยาลัย รวมทั้งเป็นการให้เกียรติต่อกรรมการที่จะเข้ามาใหม่อีก 7 คน ซึ่งจะต้องทำงานกับอธิการบดีคนใหม่ถึงอีก 4 ปี ข้างหน้า การเปิดโอกาสให้กรรมการที่เข้ามาใหม่นี้มาส่วนในการพิจารณาคัดเลือกด้วยจึงเป็นเรื่องที่เหมาะสม ทั้งนี้ ก็ไม่ต้องกังวลว่ากรรมการที่เข้ามาใหม่จะรู้จักผู้ที่ผ่านการสรรหาเบื้องต้นทั้ง 3 คนหรือไม่ เพราะผู้ที่ผ่านการสรรหาเบื้องต้นจะมีโอกาสไปปรากฏตัวต่อกรรมการสภามหาวิทยาลัยเป็นครั้งแรกพร้อมกันทั้งหมดทั้งกรรมการเดิมและผู้ที่เข้ามาใหม่ อีกทั้งตนยังมีแนวคิดที่จะให้ผู้ผ่านการสรรหาเบื้องต้นทั้ง 3 คน เขียนแผนกลยุทธ์ในการดำเนินงานเพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยในช่วง 4 ปีที่จะดำรงตำแหน่งโดยละเอียด เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการสภาฯ ซึ่งจะเป็นส่วนให้เกิดการใช้วิจารณญาณโดยละเอียดรอบคอบ ซึ่งตนคำนึงอยู่เสมอว่า การคัดเลือกผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดีถือเป็นความรับผิดชอบที่สำคัญที่สุดของสภามหาวิทยาลัยก็ว่าได้ สภาฯจึงต้องดำเนินการโดยรอบคอบถี่ถ้วน
“ขณะนี้การสรรหากรรมการสภาเพิ่มเติม 7 คนนั้น เสร็จสิ้นลงแล้ว โดยมีนายสุนทร บุญญาธิการ รองประธานคณะกรรมการการอุดมศึกษาทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาฯ และมหาวิทยาลัยก็ได้ส่งเรื่องถึง สกอ. เพื่อเสนอเพื่อโปรดเกล้าแต่งตั้งต่อไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนในปัจจุบันที่ไม่มีอธิการบดีตัวจริงนั้น ก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด เพราะสภามหาวิทยาลัยได้มีการแต่งตั้งนายสังคม ภูมิพันธุ์ ซึ่งมีประสบการณ์ในการเป็นรองอธิการบดีฝ่ายต่างๆ ของมหาวิทยาลัยมหาสารคามเป็นเวลาถึง 8 ปี ทำหน้าที่รักษาการโดยมีอำนาจเต็ม โดยสภาฯ จะกำกับดูแลการทำงานอย่างใกล้ชิด ทั้งเป็นโอกาสอันดีที่จะได้มีการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในระบบการบริหารมหาวิทยาลัยนครพนมที่มีสะสมมาอย่างมากและต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน” นายภาวิช กล่าว
นายภาวิช กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ที่ผ่านการสรรหาเบื้องต้นจำนวน 3 คน เพื่อจะได้รับการเสนอเข้าสู่การพิจารณารอบสุดท้ายของสภามหาวิทยาลัย ประกอบด้วย นพ.บวรศิลป์ เชาวน์ชื่น สาขาแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น นายพัฒนพงษ์ วันจันทึก สาขาสารสนเทศศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และนายอรรถ นันทจักร์ สาขาสังคมศาสตร์และอุปนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร และผู้ที่ผ่านการสรรหาเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยประเภทผู้ทรงคุณวุฒิจากบุคคลภายนอกเพิ่มเติมจำนวน 7 คนซึ่งได้เสนอ สกอ. เพื่อนำความขึ้นเสนอเพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งไปแล้ว ประกอบด้วย นายกิตติ ตีรเศรษฐ อดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นางประภาศรี สุฉันทบุตร นักธูรกิจเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนจังหวัดมุกดาหารและอีกหลายจังหวัดในภาคอีสาน นายวิรัตน์ พงษ์ศิริ อดีตคณบดีคณะวิทยาลัยการสารสนเทศมหาวิทยาลัยมหาสารคาม นายวัชรินทร์ เจียวิริยบุญญา ประธานหอการค้าจังหวัดนครพนม นายสมจิตต์ สุพรรณทัสน์ สาขาสาธารณสุขศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล นายสากล ภูลศิริกุล อดีตประธานสภาอุตสาหกรรมและอดีตนายกสภาจังหวัดนครพนม และนายสุวพงษ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อดีตรองอธิการบดีวิทยาลัยเขตเฉลิมพระเกียรติสกลนคร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

