‘หมอประสิทธิ์’ ชี้สั่งพักเรียน น.ศ.วางยาสุนัขแล้ว 3 ครั้ง สาเหตุจากสภาพจิตใจ พบมีอาการย้ำคิดย้ำทำ ยันผลสอบไม่ช้า

11.09.17 | 18:54 น.

 

เมื่อวันที่ 11 กันยายน นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) กล่าวในการแถลงผลสอบข้อเท็จจริงกรณีนายภัทรพงศ์ ทรงทรัพย์กุล นักศึกษาแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มม.ถูกกล่าวหาว่าวางยาสุนัขเพื่อเอาเงินประกัน ว่า นักศึกษาคนดังกล่าวมีปัญหาด้านจิตใจตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 ซึ่งคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้ติดตาม และรักษา รวมทั้ง ให้ยา ดูการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง และให้พักการเรียนไปแล้ว 3 ครั้ง ในการเรียนปีที่ 6 ปีการศึกษา 2558 โดยครั้งที่ 3 นักศึกษาถูกพักการเรียนตั้งแต่เดือนเมษายน 2560 จนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ พบว่านักศึกษาคนดังกล่าวมีอาการย้ำคิดย้ำทำมาตั้งแต่เรียนในชั้นปีที่ 3 แต่อาการไม่รุนแรง ซึ่งอาการย้ำคิดย้ำทำไม่ใช่โรคจิตเภท และไม่มีผลกระทบกับการประกอบวิชาชีพ และการเรียน กระทั่งเรียนชั้นปีที่ 6 เป็นการศึกษาระดับคลินิก ที่ต้องเจอคนไข้ และฝึกปฏิบัติ และต้องได้รับการประเมินจากแพทย์รุ่นพี่ ผลปรากฎว่านักศึกษาคนดังกล่าวไม่ผ่านการประเมินในรายวิชาอายุรศาสตร์ และมีสาเหตุมาจากสภาพจิตใจ จึงต้องให้หยุดพักการศึกษา

นพ.ประสิทธิ์กล่าวต่อว่า หลังคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้สอบถามข้อมูลจากพ่อแม่ และตัวนักศึกษา ซึ่งได้ข้อสรุป และมีมติดังนี้ ให้นักศึกษาแพทย์ที่ถูกกล่าวหาพักการศึกษาตั้งแต่บัดนี้จนกว่าผลการตัดสินการดำเนินการทั้งหมดจะสิ้นสุด 2.ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางจริยธรรมกับนักศึกษาดังกล่าว หากประเมินแล้วมีผลตัดสินว่ามีความผิดทางจริยธรรมจริง ทางคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลจะดำเนินการส่งเรื่องไปยัง มม.เพื่อดำเนินการต่อไป ตามเกณฑ์ความผิดด้านจริยธรรม 3.คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาลจะเฝ้าติดตามการรักษาปัญหาด้านจิตใจผู้ถูกกล่าวหาอย่างใกล้ชิด หากการเจ็บป่วยทางด้านจิตใจได้รับการประเมินว่ามีความรุนแรงขัดต่อการศึกษาด้านแพทย์ศาสตร์ ก็จะเสนอ มม.พิจารณาให้พ้นสภาพนักศึกษา และ 4.คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาลจะเฝ้าติดตามความคืบหน้าของกระบวนการยุติธรรม หากมีผลทางอาญาเป็นที่สิ้นสุด และมีความผิดจะเสนอ มม.ให้พิจารณาให้พ้นสภาพการเป็นนักศึกษา อย่างไรก็ตาม คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาลจะดำเนินการด้วยความละเอียดรอบคอบแก่ทุกฝ่าย โดยยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม และหลักกระบวนการยุติธรรม

“จากนี้จะต้องนำข้อมูลให้คณะกรรมการตรวจสอบทางจริยธรรมพิจารณา ยืนยันว่าการสอบสวนจะไม่ช้า จากข้อมูลที่ได้พูดคุยมีบางส่วนไม่ตรงตามที่สื่อได้เสนอ เบื้องต้นนักศึกษายังคิดว่าตัวเองเรียนแพทย์ได้ แต่ตอนนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนักศึกษาแล้ว ต้องรอการตัดสินของคณะกรรมการฯ อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่านักศึกษาเองก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่อยากให้คณะแพทย์ศิริราชพยาบาลเสียหาย รวมทั้ง ไม่อยากให้ประชาชนเสียศรัทธากับวิชาชีพแพทย์ ทั้งนี้ หลังการให้ข้อมูล ทางคณะได้แจ้งมติที่ประชุมให้นักศึกษา และผู้ปกครองได้รับทราบ ซึ่งนักศึกษาก็ยอมรับ ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ก็ยินดีที่จะรับสภาพ และจะไม่อุทธรณ์” นพ.ประสิทธิ์ กล่าว