
แก้น้ำท่วมอยุธยาอยู่ข้างบน ล้นไปท่วมกรุงเทพฯอยู่ข้างล่าง

[ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันจันทร์ที่ 18-วันพุธที่ 20 กันยายน 2560 หน้า 1]
ถ้าจะให้ได้ผลสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ครม. ควรสั่งการกระทรวงวัฒนธรรม เร่งศึกษาวิจัยแม่น้ำลำคลองในอยุธยาและที่อื่นๆ ด้านประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรม
เขื่อนเจ้าพระยา
บางบาล-บางไทร อยู่ใต้เขื่อนเจ้าพระยาต่ำลงไปมาก
เขื่อนเจ้าพระยากั้นแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งอยู่ จ. ชัยนาท ใต้เขื่อนเจ้าพระยามีหลายจังหวัด ตามลำดับมีดังนี้
เขื่อนชัยนาท จ. ชัยนาท ใต้ลงไปเป็น จ. สิงห์บุรี, จ. อ่างทอง, จ. พระนครศรีอยุธยา, จ. ปทุมธานี, จ. นนทบุรี, กรุงเทพฯ
แม่น้ำเจ้าพระยา มีขนาดกว้างขวางตั้งแต่บริเวณใต้เขื่อนเจ้าพระยา จ. ชัยนาท ลงไปถึง จ. สิงห์บุรี, จ. อ่างทอง จึงมีศักยภาพระบายน้ำได้ 2,800 ลบ.ม./วินาที
น้ำล้น “คอขวด” ที่อยุธยา
ครั้นลงใต้ จ. อ่างทอง เข้าสู่ จ. พระนครศรีอยุธยา แม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มแคบ แล้วเป็น “คอขวด” ตรงตัวเมืองอยุธยา ระบายน้ำได้ 800-1,200 ลบ.ม./วินาที
น้ำส่วนที่เหลือนับเป็นพัน ลบ.ม./วินาที ต้องทะลักแผ่กว้างเข้าสู่ทุ่งนา แล้วท่วมบ้านเรือนชาวบ้านชาวเมือง
ที่สำคัญคือท่วมย่านอุตสาหกรรมใหญ่ ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่มชุ่มน้ำรอบอยุธยา
คลองบางบาล
ก่อนถึง “คอขวด” อยุธยา คลองบางบาล แยกจากแม่น้ำเจ้าพระยาฟากตะวันตก ไหลไปรวมแม่น้ำน้อย ดังนี้
แม่น้ำเจ้าพระยาจากอ่างทองไหลงลงทิศใต้ ผ่าน อ. ป่าโมก (จ. อ่างทอง) เข้าเขตอยุธยาที่ อ. บางบาล (จ. พระนครศรีอยุธยา) ถึงบ้านกุ่ม-บางชะนี ฝั่งตะวันตกมีลำน้ำแยกไปทางตะวันตกเฉียงใต้ เรียกคลองบางบาล ไปรวมแม่น้ำน้อยที่บ้านสีกุก อ. บางบาล จ. พระนครศรีอยุธยา
จากนั้นไหลลงทิศใต้ ผ่าน อ. บางไทร จ. พระนครศรีอยุธยา ลงแม่น้ำเจ้าพระยาอีกครั้งหนึ่ง
บางบาล-บางไทร
โครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร ต้นทางอยู่ อ. บางบาล ปลายทางอยู่ อ. บางไทร ทั้งหมดอยู่ใน จ. พระนครศรีอยุธยา เป็นทางยาวของคลอง 22.4 กม.
เท่ากับเป็นเส้นทางสัญจรทางน้ำเลี่ยงตัวเมืองอยุธยา ขณะเดียวกันมีถนนบนคันคลองเชื่อมโยง อ. บางบาล กับ อ. บางไทร
คลองระบายน้ำหลากนี้ ผันน้ำแบ่งจากแม่น้ำเจ้าพระยา เข้าบางบาล-บางไทร ไม่ให้ทะลักล้นท่วมย่านอุตสาหกรรมหลายแห่งในเขตอยุธยา
ท่วมตอนใต้บางไทร
ต่อจากนั้นน้ำไหลลงทางใต้บางไทร เข้าเขตปทุมธานี, นนทบุรี, กรุงเทพฯ แล้วท่วมเหมือนเดิม เพราะไม่ได้ขุดขยายคลองอื่นให้ไหลตรงลงอ่าวไทย
แม่น้ำลำคลอง
แม่น้ำลำคลองเป็นปัจจัยสำคัญ ผลักดันให้มีกรุงศรีอยุธยา ศูนย์กลางการค้านานาชาติ
แต่ในประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา ไม่มีการศึกษาค้นคว้าวิจัยการเปลี่ยนแปลงแม่น้ำลำคลองอย่างเป็นทางการ ทั้งๆ แม่น้ำลำคลองเกี่ยวข้องโดยตรงกับประวัติศาสตร์สังคม บอกวิถีชีวิตของคนในอดีต ขณะเดียวกันก็เป็นทรัพยากรสำคัญอย่างยิ่งในการท่องเที่ยว สร้างรายได้สู่ท้องถิ่น
กระทรวงวัฒนธรรม กับกระทรวงศึกษาธิการ ยังไม่ทำเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีควรสั่งการในที่ประชุม ครม. คราวนี้ด้วย เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ว่าลงมือทันที ถ้าไม่ทำวันนี้ พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว
