นายวีรพล แสงปัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.) เปิดเผยถึงการประชุมปอมท.เมื่อเร็วๆ นี้ว่า ที่ประชุม ปอมท.รับทราบกรณีที่นายชัยวุฒิ ฉัตรอุทัย ประธานสภาคณาจารย์และพนักงานสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) ในฐานะประธานปอมท.ได้เข้ายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องขอให้ทบทวนการเปิด-ปิดภาคเรียนของสถาบันอุดมศึกษาไทยตามอาเซียน โดยขอให้กลับมาเปิด-ปิดภาคเรียนตามเดิมในปีการศึกษา 2562 เป็นต้นไป โดยวันนั้นทางศูนย์บริการประชาชนออกหนังสือว่าจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบภายใน 15 วันตามระเบียบราชการ ซึ่งหากครบกำหนดตามนั้นแล้วยังไม่มีความคืบหน้า ปอมท.คงต้องนำเข้าหารือในที่ประชุมว่าจะหาทางออกอย่างไร โดยส่วนตัวมองว่าทางออกหนึ่งคือการเชิญที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) มาหารือร่วมกับคณะที่ได้รับผลกระทบจากการเปิด-ปิดภาคเรียนตามอาเซียน โดยเฉพาะคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ เป็นต้น อีกทั้งปฏิทินการรับนักศึกษาตามระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันศึกษาในระบบกลางหรือทีแคสส่งผลกระทบต่อมหาวิทยาลัยที่กลับไปเปิด-ปิดภาคเรียนตามเดิมโดยทำให้นักเรียนที่เข้าเรียนไปแล้ว ต้องทิ้งที่นั่งหลังจากสอบเข้าในมหาวิทยาลัยที่ดังกว่าในระบบทีแคสได้ แต่ทั้งนี้ต้องรอข้อสรุปจากปอมท.ว่าจะเลือกทางออกใด
ด้านนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสจล.ในฐานะประธานทปอ.กล่าวว่า นายชัยวุฒิได้แจ้งให้ตนทราบแล้ว ตนเข้าใจและเป็นสิทธิของปอมท.ที่จะยื่นหนังสือถึงศูนย์บริการประชาชน ทั้งนี้ทปอ.พร้อมจะหารือกับคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ และคณะเกษตรศาสตร์ ตามแนวคิดของนายวีรพล แต่ประเด็นคือถ้าคณะดังกล่าวได้รับผลกระทบจากการเปิด-ปิดภาคเรียนตามอาเซียน ทำไมไม่พูดคุยหรือเสนอปัญหากับอธิการบดีตัวเอง ทั้งที่อธิการบดีเหล่านั้นก็นั่งอยู่ในที่ประชุมทปอ. ที่ผ่านมายังไม่มีอธิการบดีรายใดเสนอวาระเรื่องนี้เข้ามา เมื่อไม่มี จึงยังไม่มีเหตุที่จะนำเข้าหารือ ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าคณะวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.)ทำวิจัยเกี่ยวกับการเปิด-ปิดภาคเรียนตามที่ทปอ.มอบหมายเสร็จแล้วนั้น ทปอ.ยังไม่ได้รับรายงานจากมก.และตนได้โทรศัพท์สอบถามมก.ก็ได้รับคำตอบว่ายังไม่เสร็จ ฉะนั้นกรณีนี้ขอยังไม่ให้ความคิดเห็นจนกว่าจะได้อ่านงานวิจัยก่อน ส่วนกรณีที่มหาวิทยาลัยที่กลับไปเปิด-ปิดภาคเรียนตามเดิม ได้รับผลกระทบจากการที่นักเรียนทิ้งที่นั่งไปเลือกมหาวิทยาลัยที่ดังกว่าในระบบทีแคสนั้น ขอชี้แจงว่าเรื่องทีแคสเป็นมติเอกฉันท์ของทปอ.ที่เห็นร่วมกันว่าเพื่อแก้ไขปัญหาเด็กวิ่งร่อกสอบหลายที่ซึ่งเป็นภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง อีกทั้งเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและมุ่งแก้ไขปัญหาให้เด็กนักเรียนชั้นม.6 เรียนอยู่ในห้องเรียนครบตามเวลา ฉะนั้นก่อนเดือนมีนาคม-เมษายนซึ่งเด็กจะจบม.6 จึงไม่ควรมีการจัดสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ควรต้องให้เด็กได้อยู่ในห้องเรียนเต็มเวลา ย้ำว่าทปอ.ไม่ได้ทำอะไรเลย แค่จัดปฏิทินให้สอดคล้องกับการเรียนของนักเรียนม.6 เท่านั้น

