นายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ เลขาธิการสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีที่ สนพ ร่วมกับศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย (ศพศ) และภาคีเครือข่ายองค์กรชาวพุทธ ร่วมออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ชี้ว่าสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ทำผิดขั้นตอนในการเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะ ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช ตามบทบัญญัติในมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 ที่บัญญัติว่า “พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชพระองค์หนึ่ง ในกรณีที่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชว่างลง ให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม (มส.) เสนอนามสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช” โดยจากการตีความกฎหมายต้นเรื่องต้องมาจากนายกฯ ดังนั้น สนพ และ ศพศ จึงมองว่าผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยเรื่องดังกล่าวโดยมิชอบ จึงมีความเห็นร่วมกันว่าจะดำเนินการรวบรวมรายชื่อ จำนวน 20,000 ชื่อ เพื่อยื่นถอดถอนผู้ตรวจการเเผ่นดินต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่า ขณะนี้พระสงฆ์และฆราวาสได้ส่งเอกสารแสดงความจำนงลงชื่อยื่นถอดถอนผู้ตรวจการแผ่นดินมากว่า 40,000 รายชื่อมายังช่องทางอีเมล์ อย่างไรก็ตาม สนพ และ ศพศ ยังไม่ยื่นต่อ สนช.ในเร็วๆ นี้ เพราะต้องรอดูท่าทีของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลังจากที่ดีเอสไอเข้าสอบปากคำสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรณีเป็นผู้ครอบครองรถยนต์ยี่ห้อเมอร์เซเดส เบนซ์ ทะเบียน ขม 99 ที่นำเข้า จดประกอบผิดกฎหมายและเลี่ยงภาษีก่อน จึงจะประชุมกับภาคีเครือข่ายเพื่อกำหนดวันยื่นรายชื่อต่อ สนช.ต่อไป
ด้านนายชยพล พงษ์สีดา รองผู้อำนวยการ พศ. กล่าวว่า พศ.เชื่อว่าขั้นตอนการเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะ ขึ้นทูลเกล้าฯ เป็นสมเด็จพระสังฆราชนั้น พศ.ได้ทำถูกต้องตามกฎหมายและจารีตประเพณีแล้ว แต่เมื่อมีผู้แย้ง ก็ต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะตัดสินอย่างไร ซึ่งคาดว่าความเป็นไปได้มีอยู่ 3 ทาง คือ 1.รัฐบาลอาจเห็นว่า พศ.ดำเนินการชอบด้วยระเบียบตามกฎหมาย สามารถดำเนินการต่อไปได้ 2.รัฐบาลอาจมีประเด็นที่สงสัย และส่งหนังสือมาให้ พศ.ชี้แจงว่ากระบวนการที่ทำถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และ 3.รัฐบาลอาจเห็นว่าขั้นตอนที่ พศ.ดำเนินการเป็นไปด้วยความมิชอบ และส่งเรื่องตีกลับมาที่ พศ.ให้เริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด แต่ไม่ว่าจะออกมาทางใดก็ตาม ถ้าเรื่องดังกล่าวมาถึง พศ.แล้ว พศ.ต้องนำเรียนเรื่องทั้งหมดต่อ มส. ดังนั้น ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะชี้ว่าอย่างไร

