หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ : “คนดี” ทั้งน้าน โกงบ้าน ผลาญป่า กินเมือง

25.09.17 | 17:18 น.

“คนดี” ทั้งน้าน โกงบ้าน ผลาญป่า กินเมือง

วงกลมสีแดง คือบริเวณพื้นที่สาธารณะป่าโคกห้วยเม็ก ต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น (ภาพจาก https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_510680)

ป่าหน้าแล้งไหนๆก็ดูเป็นป่าเสื่อมโทรมในสายตาของคนไม่ซื่อตรง เช่น ข้าราชการ          ฉ้อราษฎร์บังหลวง และภาคเอกชนเอารัดเอาเปรียบชาวบ้านที่อ่อนแอ

แต่ชาวบ้านอีสานรู้ดีว่าพอหน้าฝนหล่นมีฝนลงมาเท่านั้น ป่าหน้าแล้งที่เหี่ยวเฉาเซาซบสลบไป จะฟื้นคืนมามีชีวิตเหมือนปกติในไม่กี่วันเป็นป่าอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง

กรณีห้วยเม็ก อ. อุบลรัตน์ จ. ขอนแก่น ถูกทำให้เป็นป่าเสื่อมโทรม เพื่อสนองบริษัทใหญ่ขอใช้พื้นที่สาธารณะในกิจการผลิตเครื่องดื่มอย่างไม่ชอบมาพากล จนถูกต่อต้าน แล้วขอถอนตัวไปเพราะพิสูจน์แล้วไม่เป็นป่าเสื่อมโทรมตามที่อ้างแต่แรก

เมืองโบราณก็โดนด้วย

ป่าอุดมสมบูรณ์ ต้องรอหน้าแล้งปีละครั้งเพื่อจะสร้างภาพให้เห็นเป็นป่าเสื่อมโทรม

แต่เมืองโบราณ มีคูน้ำคันดินสูงท่วมหัวคน ก่อขึ้นเป็นรูปกลมรีบ้าง สี่เหลี่ยมผืนผ้าบ้าง มองเห็นชัดเจนทั้ง 3 ฤดูกาล ไม่ว่าหน้าแล้ง หน้าฝน หน้าหนาว

Advertisement

ไอ้เพือกข้าราชการฉ้อราษฎร์บังหลวงกับภาคเอกชนเอาเปรียบเบียดเบียนคนอื่น มันยังพากันเอารถแทร็กเตอร์ (สมัยก่อน) ไถทิ้งคูน้ำคันดินเมืองโบราณเหี้ยนเตียนไปมากต่อมาก เพื่อออกโฉนดที่ดินเป็นส่วนตัว ใช้สร้างตึกแถว และศูนย์การค้าหน้าบานเป็นเศรษฐี        ขี้โกงทั้งวงศ์ตระกูลเชิดหน้าชูตาถึงทุกวันนี้ แล้วได้รับยกยกย่องเป็น “คนดี” ทั้งนั้น

มีพยานให้เห็นทนโท่ทุกภาคไม่ว่า ภาคเหนือ, อีสาน, กลาง (ตะวันตก, ตะวันออก), ใต้ โดยเฉพาะในตัวจังหวัดนั่นแหละมีหลายจังหวัด

ป่าดงพงพี

“ห้วยเม็ก” ที่มีข่าวครึกโครมไปแล้วนั้น ผมได้ข้อมูลข่าวสารโดยสังเขปจาก อ.สมชาย นิลอาธิ (มหาสารคาม) ดังนี้

ชาวบ้านเรียกกันทั่วไปว่า ป่าโคกห้วยเม็ก พื้นที่รวมๆ ราว 31 ไร่ อยู่ในเขตบ้านหนองแต้ กับ บ้านทรายขาว ต. บ้านดง อ. อุบลรัตน์ จ. ขอนแก่น

เป็นป่าทึบแน่น ค่อนข้างสมบูรณ์ มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นมาก ชาวบ้านหาอยู่หากินประจำวันเพราะเต็มไปด้วยเห็ดนานาชนิด, แมงกินูน, แมงแคง (กลิ่นคล้ายแมงดา), ไข่มดแดง ฯลฯนอกจากนั้น ยังเป็นแหล่งสมุนไพร, ฟืน ฯลฯ

พื้นที่กว้างขวางก่อนสร้างเขื่อนอุบลรัตน์ เป็นแอ่งอารยธรรมสำคัญอีกแห่งหนึ่งต่อเนื่องถึง อ. ภูเวียง จ. ขอนแก่น เมื่อเป็นนักเรียนโบราณคดี (มหาวิทยาลัยศิลปากร) ผมเคยฝึกงานขุดค้นทางโบราณคดีกับนักปราชญ์อเมริกันชื่อโซลไฮม์ นานเกือบเดือน

ในอีสานมีทั้งป่าและดง ผมรับความรู้จาก อ.ยุทธพงศ์ มาตย์วิเศษ (กาฬสินธุ์) ว่าป่ามีพื้นที่แคบกว่าดง แต่บางทีใช้ปนกันว่าป่าดง ดังนี้

ป่า คือบริเวณที่มีต้นไม้กลุ่มเดียวกันขึ้นรวมกัน แล้วมักเรียกชื่อป่าตามชื่อพันธุ์ไม้หลักที่ขึ้นนั้น เช่น ป่าไผ่, ป่าจิก, ป่ายาง (ยางนา), ป่าข้าว (ข้าวในนา) ฯลฯ

ดง คือบริเวณกว้างใหญ่ที่มีไม้ขนาดใหญ่ขึ้นรวมกัน และมีสัตว์หลากหลายอยู่ด้วย ในหมอลำมีกลอนเดินดง (ไม่มีกลอนเดินป่า) พรรณนาทั้งไม้และสัตว์นานาชนิด

ป่าดงพงพี เป็นคำคล้องจอง หมายถึงป่าดงใหญ่ (พี แปลว่า อ้วน, ใหญ่ เสือพี แปลว่า เสือตัวอ้วนใหญ่)