เมื่อวันที่ 28 กันยายน นายรัฐกรณ์ คิดการ ประธานที่ปรึกษาประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย (ทปสท.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 29 กันยายน ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษาคดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)ธนบุรี มรภ.เทพสตรี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)สุวรรณภูมิ กรณีสภามหาวิทยาลัยถูกฟ้องร้องเนื่องจากแต่งตั้งอธิการบดีจากผู้เกษียณอายุราชการ โดยกรณีมรภ.ธนบุรี นายทองเจือ เขียดทอง ประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ มรภ.ธนบุรี หนึ่งในผู้สมัครอธิการบดี กับนายเชษฐา ทรัพย์เย็น ผู้สมัครอธิการบดีอีกคนฟ้อง ศาลเลยให้รวมสำนวนเป็นคดีเดียวกัน โดยทั้งคู่ได้ฟ้องสภามรภ.ธนบุรี 2 ประเด็น คือ 1. กรณีแต่งตั้งนางยุวลักษณ์ เวชวิทยาขลัง อดีตอธิการบดีที่เกษียณอายุราชการ เป็นอธิการบดีต่อเป็นสมัยที่ 2 และ 2.กรณีแต่งตั้งให้นางยุวลักษณ์ รักษาการอธิการบดีระหว่างรอการทูลเกล้าฯ เพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นอธิการบดี ส่วนมรภ.เทพสตรี นายอติชาติ ภูมิวณิชชา ผู้สมัครอธิการบดีมรภ.เทพสตรี ได้ฟ้องนายกสภามรภ.เทพสตรีกรณีมีมติแต่งตั้งนางจินตนา เวชมี รองอธิการบดีมรภ.เทพสตรี ที่เกษียอายุราชการ เป็นอธิการบดีมรภ.เทพสตรี โดยศาลมีคำพิพากษาให้ทุเลาการบังคับมติสภามรภ.เทพสตรีไว้ชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น สำหรับมทร.สุวรรณภูมิ นายอติชาติ ภูมิวณิชชา กรรมการสภามทร.สุวรรณภูมิ และผู้สมัครอธิการบดีมทร.สุวรรณภูมิด้วยนั้น ได้ฟ้องนายมีชัย ฤชุพันธุ์ นายกสภามทร.สุวรรณภูมิ กรณีแต่งตั้งนายไพศาล บุรินทร์วัฒนา อดีตอธิการบดีมทร.สุวรรณภูมิ ที่เกษียณอายุราชการเป็นอธิการบดีมทร.สุวรรภูมิ สมัยที่ 2 อย่างไรก็ตามในส่วนของมรภ.ธนบุรีและมทร.สุวรรณภูมิ ศาลมีมติไม่ทุเลาบังคับคดี
นายรัฐกรณ์ กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมามีการอ่านแถลงของตุลาการผู้แถลงคดีในคดีของมรภ.ธนบุรี มรภ.เทพสตรี และมทร.สุวรรณภูมิ ในลักษณะคล้ายคลึงกับกรณีของมรภ.บุรีรัมย์ ในทำนองว่ามติสภามรภ.บุรีรัมย์ที่แต่งตั้งนางมาลิณี จุโฑปะมา อธิการบดี มรภ.บุรีรัมย์ที่เกษียณอายุราชการ เป็นอธิการบดี ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เนื่องจากมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 37/2560 เรื่องการแก้ไขปัญหาการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษา ที่เปิดทางให้คนนอกนั่งเป็นอธิการบดีได้ จึงให้ยกฟ้อง อย่างไรก็ตามในการอ่านคำพิพากษา ศาลปกครองนครราชสีมากลับมีคำพิพากษาให้ยกเลิกมติสภามรภ.บุรีรัมย์โดยให้เหตุผลว่าแม้คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 37/2560 จะเปิดทางให้คนนอกนั่งอธิการบดีได้ แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องอายุ จึงต้องเป็นไปตามพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา คือ ผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไปไม่สามารถดำรงตำแหน่งอธิการบดีได้ ฉะนั้นในกรณีของมรภ.ธนบุรี มรภ.เทพสตรีและมทร.สุวรรณภูมิ ต้องไปรอฟังคำพิพากษาของศาลปกครองกลางว่าจะออกมาเหมือนกับคำพิพากษาของศาลปกครองนครราชสีมาหรือไม่ ซึ่งก็ต้องติดตามเพราะผู้ที่ถูกฟ้องในครั้งนี้คือนายมีชัย นายกสภามทร.สุวรรณภูมิ
“ถ้าคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง ออกมาในลักษณะเดียวกับศาลปกครองนครราชสีมาคือให้ยกเลิกมติสภามหาวิทยาลัยที่ให้แต่งตั้งอธิการบดีจากผู้เกษียณ และสภามหาวิทยาลัยอุทธรณ์ ทางผู้ฟ้องก็คงมีการยื่นบังคับคดีต่อศาลปกครองสูงสุดเพื่อขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น” นายรัฐกรณ์กล่าว

