เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 11 ตุลาคม ที่ห้องประชุมดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ (พช.) พระนคร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นประธานต้อนรับคณะทูตานุทูตจาก 65 ประเทศ เยี่ยมชมการจัดสร้างพระเมรุมาศ และอาคารประกอบพระเมรุมาศ ราชรถและพระยานมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีผู้บริหาร วธ.และผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์ อดีตปลัด วธ., น.ส.สาวิตรี สุวรรณสถิตย์ ที่ปรึกษา วธ., น.ส.ศุภวรรณ นงนุช ภัณฑารักษ์ชำนาญการ กรมศิลปากร และนายวุฒินันท์ จินศิริวานิชย์ มัณฑนากรชำนาญการ กรมศิลปากร เป็นวิทยากรบรรยาย โดยนายวีระได้นำคณะทูตเยี่ยมชมโรงราชรถภายใน พช.พระนคร จากนั้นเวลา 17.30 น.ได้พาคณะทูตเข้าเยี่ยมชมการจัดสร้างพระเมรุมาศ บริเวณรั้วราชวัติทางทิศเหนือ ซึ่งเป็นทางเข้าหลักของพระเมรุมาศ โดยได้จัดภูมิสถาปัตย์เป็นแปลงนาหน้าเลข ๙ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9

นายวีระ กล่าวว่า เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ยังความเศร้าสลดมาสู่ประชาชนชาวไทยทั้งแผ่นดิน และรัฐบาลได้มอบหมายให้ วธ.ดำเนินการเกี่ยวกับพระราชพิธีพระบรมศพในส่วนพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ได้แก่ การสร้างพระเมรุมาศ การบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศ และจัดทำเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศ เพื่อถวายพระเกียรติสูงสุดแด่พระมหากษัตริย์ รวมทั้ง สืบทอดโบราณราชประเพณีที่สำคัญ วธ.ได้เชิญทูตานุทูตจาก 65 ประเทศ คือ อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย ออสเตรีย บาห์เรน บังคลาเทศ เบลเยี่ยม ภูฏาน บราซิล บรูไน กัมพูชา แคนาดา ชิลี จีน คิวบา เช็ก เดนมาร์ก อียิปต์ ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ อัครสมณทูตวาติกัน ฮังการี อินเดีย อินโดนีเซีย อิหร่าน อิตาลี ญี่ปุ่น คาซัคสถาน เคนยา เกาหลีใต้ คูเวต ลิเบีย มาเลเซีย มอลตา เม็กซิโก มองโกเลีย โมร็อคโค เมียนมาร์ เนปาล เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ ไนจีเรีย นอร์เวย์ โอมาน ปากีสถาน ปานามา เปรู ฟิลิปปินส์ โปแลนด์ กาตาร์ รัสเซีย สิงค์โปร์ สโลวาเกีย แอฟริกาใต้ สเปน ศรีลังกา สวิสเซอร์แลนด์ สวีเดน ติมอร์ เลสเต ตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และอุซเบกิสถาน รวมกว่า 170 คน เข้าร่วม
“คณะทูตานุทูตที่มาเยี่ยมชมการจัดสร้างพระเมรุมาศครั้งนี้ ถือว่ามากที่สุด ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในการสื่อสาร ทำความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ไปยังประเทศของตนเอง ดังนั้น วธ.จึงจัดเผยแพร่ข้อมูลราชประเพณีพระบรมศพ ซึ่งถือเป็นพระราชพิธีแห่งศตวรรษ และถือว่าวันที่ 26 ตุลาคม 2560 เป็นพระราชพิธีหนึ่งเดียวในโลก สิ่งที่ วธ.ให้ความรู้เริ่มตั้งแต่การปูพื้นให้เห็นถึงพระราชประเพณีพระบรมศพที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยยกหลักฐาน ภาพลายเส้นริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมัยสมเด็จพระเพทราชา ซึ่งเป็นลายเส้นที่เก่าแก่ที่สุด และเราได้ค้นพบในพิพิธภัณฑ์ต่างประเทศ มาบรรยาย แสดงให้เห็นถึงพระราชพิธีที่สืบทอดกันมายาวนานกว่า 300 ปี มีริ้วขบวนพระราชอิสริยยศ ที่มีพระมหาพิชัยราชรถ ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับพระมหาพิชัยราชรถองค์ปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่าการที่เราได้รักษาราชประเพณี เป็นสิ่งที่มีคุณค่า” นายวีระ กล่าว
นายวีระกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม การจัดสร้างพระเมรุมาศแต่ละยุคสมัย จะมีพัฒนาการ โดยการจัดสร้างพระเมรุมาศและอาคารประกอบ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 มีการใช้โครงสร้างเหล็ก และระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในการออกแบบ รวมถึง รวมพลังจิตอาสาจำนวนมากมามีส่วนร่วมในการดำเนินงานครั้งนี้
นายวีระกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังได้เชิญ ม.ร.ว.จักรรถมาบรรยายให้ความรู้ในการจัดพระราชพิธีพระบรมศพ ตั้งแต่คติความเชื่อในการจัดสร้างพระเมรุมาศ ตามแนวคิดคติความเชื่อ ให้ความรู้เกี่ยวกับงานศิลปกรรมประกอบพระเมรุมาศ การบูรณะราชรถ และพระยานมาศ รวมถึง ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ซึ่งถือเป็นการใช้สุดยอดศิลปกรรมในทุกสาขา ทั้งช่างสิบหมู่ งานผ้า งานประดับพระเมรุมาศ ที่ถือเป็นสุดยอดของงานช่างฝีมือไทย และงานศิลปกรรมต่างๆ ที่นำมาใช้ในราชประเพณีนี้อย่างครบถ้วน ในส่วนของการให้รายละเอียดแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับงานพระราชพิธีในต่างประเทศนั้น รัฐบาลมอบหมายให้คณะกรรมการฝ่ายจัดพิธีการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ทำหน้าที่แจ้งข้อมูลเป็นระยะ
ม.ร.ว.จักรรถ กล่าวว่า จากการพูดคุยกับทูตานุทูตในหลายประเทศ ได้ขอบใจที่ทำให้เขาเข้าใจพระราชประเพณีของเรามากขึ้น ซึ่งทูตานุทูตทุกคนให้ความสนใจเกี่ยวกับพระราชพิธีพระบรมศพ ซึ่งเป็นพระราชประเพณีที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน โดยตนได้อธิบายให้เห็นถึงความเป็นมาของพระราชพิธี ความเชื่อในศาสนาพราหมณ์ที่เกี่ยวกันไตรภูมิ ศาสนาฮินดู ที่เกี่ยวข้องกับพระนารายณ์อวตาร และพระเจ้าแผ่นดิน คือพระนารายณ์ที่อวตารลงมาเกิด เพื่อดูแลทุกข์สุขของประชาชน



