น.ส.พิณสุดา สิริธรังศรี ผู้จัดการโครงการการจัดการเรียนรู้แบบเครือข่ายการมีส่วนร่วมสู่โรงเรียนสุขภาวะในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า วิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) ร่วมกับมูลนิธิศึกษาธิการ ได้ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของโครงการ เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาและพัฒนาผู้เรียนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีสุขภาวะที่ดี ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และสติปัญญา ส่งเสริมให้เกิดการจัดการเรียนรู้แบบเครือข่ายโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน และให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้สุขภาวะที่บูรณาการระหว่างโรงเรียน บ้าน สถาบันศาสนาและชุมชน 15 เครือข่าย 114 โรงเรียน ใน จ.นราธิวาส จ.ยะลา และ จ.ปัตตานี ซึ่งประเด็นที่เป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนของพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ และแนวทางการพัฒนาร่วมกันใน 5 เรื่องหลักคือ 1.อาหาร โภชนาการ 2.ตระหนักเรื่องเหล้า บุหรี่ 3.สุขภาวะทางเพศ 4.คุณธรรม จริยธรรม ระเบียบวินัย ความซื่อสัตย์ การเรียนรู้ศาสนาที่จะส่งผลให้เด็กเป็นคนดี และ 5.ความเชื่อมโยงสู่คุณภาพการศึกษา สุดท้ายเด็กต้องมีร่างกายที่ดี สุขภาพอนามัยที่ดี มีจิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญาที่ดี
นายประเสริฐ แก้วเพ็ชร ประธานคณะกรรมการมูลนิธิศึกษาธิการ กล่าวว่า โครงการใช้การทำงานแบบเครือข่าย เนื่องจากบริบทของโรงเรียนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้พบปัญหาที่ความแตกต่างกัน จนเกิดการรวมตัวของโรงเรียนที่มีปัญหาเหมือนหรือใกล้เคียงกัน เพราะบางปัญหาไม่สามารถแก้ได้ด้วยตัวคนเดียว ต้องอาศัยเพื่อนร่วมพูดคุย ร่วมคิด ปรึกษาหารือ ดังนั้น เมื่อส่งเสริมการทำงานเป็นเครือข่ายโรงเรียน โดยใช้ปัญหาเป็นตัวตั้ง จึงก่อให้เกิดประโยชน์ในการร่วมกันพัฒนา ถือเป็นการสร้างกลไกในการรวมพลัง โดยสิ่งที่พ่อแม่ ผู้ปกครอง ชุมชน และเครือข่ายต้องการพัฒนามากที่สุดคือ การให้ลูกเป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ อ่านออก เขียนได้ มีพฤติกรรมดี ทำให้เกิดความภาคภูมิใจและเชื่อมั่นในการจัดการศึกษาของโรงเรียน รวมทั้งเรียกร้องเรื่องการสอนศาสนาในโรงเรียน เพราะต้องการให้ลูกอยู่ในหลักของศาสนาอิสลามด้วย
น.ส.นินูรไอนี หะยีนิเลาะ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านลูโบ๊ะเยาะ จ.นราธิวาส กล่าวว่า เข้าร่วมโครงการในเครือข่ายลูโบ๊ะเยาะ โดยข้อดีของการทำงานเป็นเครือข่ายคือการร่วมกันแชร์ประสบการณ์ แต่ละโรงเรียนจะมีจุดเด่นที่มาทำงานร่วมกัน ได้เห็นปัญหาบางอย่างที่เป็นจุดต่าง ก็ประสานการทำงานร่วมกันได้ อีกทั้งยังได้ความยั่งยืนและความร่วมมือเพิ่ม โดย 3 ปีที่เข้าร่วมประสบความสำเร็จมากในเรื่องคุณธรรม จริยธรรม
“อยากให้ส่วนกลางเป็นกระบอกเสียงในสภาวการณ์ของ 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยจุดที่ควรพัฒนามากที่สุดในขณะนี้คือ เด็กมีปัญหาเรื่องภาวะทุพโภชนาการ ขาดสารอาหาร ส่วนหนึ่งเกิดจากผู้ปกครองไปกรีดยางตั้งแต่ตีสาม กว่าจะกลับก็สายๆ เด็กไม่ได้กินอาหารเช้า บางคนเกิดจากกรรมพันธุ์ และเด็กบางคนขาดจิตสำนึก ไม่ตระหนักว่าอาหารเช้ามีความสำคัญ เมื่อเข้าโครงการนี้เด็กจะเข้าใจมากขึ้นว่าต้องกินอาหารเช้า และเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์” น.ส.นินูรไอนีกล่าว


