นิวซีแลนด์ หนึ่งในประเทศที่ได้รับการยอมรับทางด้านการศึกษาที่มีคุณภาพ การเรียนการสอนของนิวซีแลนด์จะมุ่งเน้นให้เด็กมีความคิดอิสระ มีความคิดในเชิงสร้างสรรค์ และความคิดในเชิงวิเคราะห์ กล้าพูด กล้าแสดงออก และส่งเสริมให้เด็กได้พัฒนาศักยภาพของตัวเอง เพื่อสร้างประสบการณ์ทางด้านการศึกษาแนวใหม่ และเปิดโอกาสให้นักเรียนไทยได้สัมผัสการเรียนการสอนในรูปแบบนิวซีแลนด์ โดยไม่ต้องบินไปไกลถึงนิวซีแลนด์ หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand: ENZ) ได้ยกห้องเรียนต้นแบบ และจำลองบรรยากาศการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในรูปแบบของนิวซีแลนด์ให้เยาวชนไทยได้ทดลองเรียนเป็นครั้งแรก ภายในงานนิทรรศการการศึกษานิวซีแลนด์ครั้งที่ 23 ภายใต้แนวคิด Think new: New Zealand เรียนอย่างไรให้ลูกคิดนอกกรอบ คิดเก่ง คิดเป็น คิดสร้างสรรค์ โดยมีผู้ปกครอง และบุตรหลานเข้าร่วมจำนวนมาก ที่รงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท เมื่อเร็วๆ นี้
น.ส.ช่อทิพย์ ประมูลผล ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและยุทธศาสตร์ความสัมพันธ์ หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ห้องเรียนจำลองได้แบ่งการเรียนการสอนรอบละ 25 คน โดยครูสอนภาษาอังกฤษ ที่ได้รับรางวัลความเป็นเลิศด้านการเรียนการสอน สถาบันการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปีจากนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ซึ่งบินตรงมาจากนิวซีแลนด์ พร้อมทีมนักเรียนนิวซีแลนด์ โดยเน้นกระตุ้นให้เกิดคำถาม ฝึกให้คิดที่แตกต่าง และมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เป็นสื่อในการเรียนการสอนแบบอินเตอร์แอคทีฟ เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนมีส่วนร่วม และสร้างแรงจูงใจให้เด็กอยากเรียนมากขึ้น

“ห้องเรียนจำลอง ได้เปิดโอกาสให้น้องๆ นั่งเรียนตามใจชอบ ก่อนทำแบบฝึกหัดเพื่อทำการแยกกลุ่มตามสีต่างๆ โดยใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการสแกนคำตอบ จากนั้นเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้พูดคุยระดมสมองแลกเปลี่ยนความเห็น และเล่นเกมเพื่อทดสอบความเข้าใจ ซึ่งนอกจากจะช่วยกระตุ้นให้เกิดคำถามแล้วยังทำให้พวกเขาได้รู้จักเพื่อนใหม่ และแสดงความเห็นได้อย่างเต็มที่” น.ส.ช่อทิพย์ กล่าว
คุณครูเจนนี่ (Jenny) ครูสอนภาษาอังกฤษที่ได้รับรางวัลความเป็นเลิศด้านการเรียนการสอน สถาบันการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปีจากนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ บินตรงมาเพื่อมาเปิดประสบการณ์การเรียนการสอนห้องเรียนจำลอง เล่าว่า เด็กไทยค่อนข้างขี้อาย แต่มีบางคนที่มั่นใจโต้ตอบได้อย่างฉะฉาน สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดี การเรียนการสอนของนิวซีแลนด์จะเน้นการพูดเยอะๆ โดยแบ่งกลุ่มนักเรียนไทยไปเรียนร่วมกับนักเรียนชาวนิวซีแลนด์ เพื่อให้พวกเขาได้ทำงานร่วมกัน จะช่วยให้พวกเขาพัฒนาภาษาอังกฤษได้เร็วขึ้น ผ่านการพูดคุย ถกปัญหา และแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ ร่วมกัน ปัจจุบันมีนักเรียนไทยที่ไปเรียนที่นิวซีแลนด์เยอะมาก เพราะนิวซีแลนด์มีความหลากหลายทางด้านการศึกษา มีช่องทางให้พวกเขาได้ค้นพบตัวเอง และสิ่งหนึ่งที่ทำให้พวกเขาเรียนรู้ได้เร็ว เพราะในคลาสจะมีอาจารย์ 1 คน ต่อนักเรียน 25 คน การให้คำปรึกษาจึงเข้าถึงเด็กได้เร็ว และมีเวลาให้พวกเขาได้ใช้ความคิดมากขึ้น

เด็กๆ ที่เข้าเรียนต่างก็ชื่นชอบคลาสเรียนแบบนี้มาก อย่าง ด.ช.พชรพงษ์ เพ็ชรช่อจินดา หรือ น้องเจย์ อายุ 9 ขวบ บอกว่า ผมว่ามันก็แปลกดีครับ ผมชอบ มันไม่เหมือนกับที่โรงเรียนที่นั่งแยกกันคนละโต๊ะ ห้ามคุยกัน คุณครูจะอยู่แต่หน้าห้องกับเขียนกระดาน พูดไปเรื่อยๆ ไม่ถามความเห็นอะไร เรียนเสร็จก็ให้การบ้าน แต่กับห้องเรียนนี้ผมว่ามันสนุกดีครับ ถึงผมจะไม่รู้จักคนที่นั่งร่วมโต๊ะเลย และผมเป็นเด็กด้วย แต่ก็ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเหตุผลกัน เกี่ยวกับคำตอบต่างๆ ที่ได้ตอบลงไปในกระดาษ ทำให้เรามีส่วนร่วม ไม่เบื่อ และมีความรู้สึกดีกับการเรียน ถ้าที่โรงเรียนมีเรียนแบบนี้ผมก็อยากไปโรงเรียนทุกวัน เช่นเดียวกับ ด.ญ.วิชชานันท์ ผู้ช่วยท้วม บอกว่า สนุกดีค่ะ มันแตกต่างที่เรียนในห้องเลยค่ะ อันนี้เหมือนเราได้แลกเปลี่ยนความคิดกัน แตกต่างกับที่เราเรียนปกติ คือต่างคนต่างก็ก้มหน้าก้มตาจดงานตามที่ครูสั่ง คือเขาจะแบ่งกลุ่มออกเป็นสีๆ ทำให้เราได้รู้จักเพื่อนใหม่ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน”

ขณะที่ผู้ปกครองที่ร่วมสังเกตการณ์ นายพงษ์ศักดิ์ เพ็ชรช่อจินดา คุณพ่อ เล่าว่า ผมว่าการให้เด็กๆ เรียนเป็นกลุ่มจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ในหมู่คณะให้กับพวกเขาได้เป็นอย่างดี กระตุ้นให้เกิดการสนทนา และการแสดงความคิดเห็นต่างๆ หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนๆ การเปิดโอกาสให้เค้าได้คิด ได้พูดอย่างอิสระ ไม่ปิดกั้นความคิดเด็ก มันจะทำให้เค้ากล้าคิดกล้าทำมากขึ้น ศักยภาพในการเรียนของเด็กๆ มันก็จะพัฒนาไปได้ไกล
น.ส.รัตนาวลี วิมลมาศ คุณแม่ บอกว่า จากที่ได้นั่งดูเห็นได้ชัดเลยว่า เค้าสอนให้เน้นในเรื่องของการคิด (Critical Thinking) การลงมือทำ (Active Learning) และเชื่อมความรู้ทางภาษาซึ่งกันและกัน (Communicative language teaching) ต่างจากบ้านเราที่สอนเด็กเพื่อไปสอบมันจะเน้นไปที่ความจำมากกว่า เข้าใจ ไม่เข้าใจ ไม่เป็นไร ขอให้ตอบถูกเป็นพอ คุณภาพของเด็กเค้า กับเด็กเรามันก็เลยต่างกัน


