ร.ร.แจง แม่เด็กให้ประสาน รพ.ตรวจเลือดลูกวัยอนุบาล หลังโดนชุมชนกดดันเหตุแม่เด็กติดเชื้อเอชไอวี

14.03.16 | 15:41 น.

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ได้หารือนายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กรณีมีข่าวโรงเรียนแห่งหนึ่งให้เด็กหญิง 4 ขวบนำผลตรวจเลือดมายืนยันว่าไม่ติดเชื้อเอชไอวี เพื่อประกอบการสมัครเข้าเรียนในระดับอนุบาล ว่าข้อเท็จจริงที่ได้รับรายงานคือตัวแม่ของเด็กเป็นวิทยากรในเครือข่ายโรคเอดส์ ซึ่งเปิดเผยตัวว่าเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวีคนหนึ่งด้วย อีกทั้งเป็นวิทยากรแกนนำในชุมชนเป็นที่รู้จักคุ้นเคยกันอย่างดี พอมาถึงช่วงเวลาที่จะนำลูกเข้าเรียน ก็เกิดแรงกดดันจากในชุมชนไปยังคุณแม่ว่าเด็กได้รับเชื้อด้วยหรือไม่ ดังนั้น คุณแม่จึงได้ประสานโรงเรียน ขอให้ประสานโรงพยาบาลเพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจเลือด เพื่อให้คนในชุมชนมั่นใจว่าเด็กอยู่ในสังคมได้อย่างปลอดภัยและไม่มีปัญหากับบุคคลอื่น

“คุณแม่ของเด็กเป็นผู้เขียนจดหมายเพื่อขอให้โรงเรียนประสานกับโรงพยาบาล มีน้าสาวเป็นพยานยืนยัน ซึ่งโรงเรียนไม่รู้จะอ้างเหตุผลอะไรในจดหมายนำส่งในการขอตรวจเลือด จึงอ้างว่าใช้เพื่อประกอบการพิจารณาการเข้าเรียนและจัดการเรียนการสอน แต่ไม่ได้ระบุว่าจะเอาผลตรวจหรืออะไรและในความจริง ก็ไม่ได้ต้องการนำไปใช้ ทั้งนี้ โรงเรียนไม่ได้ห้ามหรือไม่รับเด็กเข้าเรียน แต่เป็นความต้องการของแม่เด็กที่ต้องการให้คนในชุมชนที่อยู่ร่วมกันสบายใจ ซึ่งเวลานี้ทุกคนยอมรับว่าเด็กเรียนร่วมกับทุกคนได้” ปลัด ศธ.กล่าว และว่า จากนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะทำหนังสือแจ้งสถานศึกษาทุกแห่ง เน้นย้ำว่าการรับนักเรียน จะไม่มีการแบ่งแยก ไม่ว่าสีผิว ชนชั้น ชนเผ่า หรือผู้พิการ ก็สามารถเข้าเรียนได้ ยกเว้นกรณีเจ็บป่วยด้วยโรคติดต่อร้ายแรงตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดยเฉพาะในระยะที่อาจจะติดต่อไปยังผู้อื่นได้ ก็จะต้องรอจนกว่าจะหายเป็นปกติจึงจะเข้าเรียนได้ อาทิ วัณโรค ฉะนั้น ยืนยันว่าโรงเรียนของ สพฐ.ทุกแห่งไม่มีนโยบายกีดกันการรับนักเรียน ไม่ว่าจะสาเหตุใดๆ เรื่องที่เกิดขึ้นคาดว่าจะเป็นการสื่อสารผิดพลาด แต่เมื่อตรวจสอบแล้วไม่มีปัญหา