สืบเนื่องกรณีการพบเศียรพระพุทธรูปหินทรายสมัยอยุธยาจำนวนมากบริเวณใต้พระอุโบสถวัดชินวราราม ต.บางขะแยง อ.เมือง จ.ปทุมธานี เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาโดยสมเด็จพระสังฆราชได้ตรวจเยี่ยมและให้อนุรักษ์ไว้โดยทำเป็นพิพิธภัณฑ์นั้น
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ศาสตราจารย์พิเศษศรีศักร วัลลิโภดม นักประวัติศาสตร์ชื่อดัง เจ้าของรางวัลฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า ตนสนับสนุนแนวคิดเรื่องการทำพิพิธภัณฑ์ โดยมองว่าจะต้องมีคำอธิบายเรื่องชุมชนเก่าสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งในสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามีวัดโบราณมากมาย โดยเฉพาะสามโคก ยิ่งเป็นเมืองเก่าตั้งแต่รัชกาลพระบาทสมเด็จพระนารายณ์มหาราช หรือสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม
“วัดย่านนี้เก่าถึงอยุธยาอยู่แล้ว เป็นเรื่องธรรมดาที่จะพบโบราณวัตถุเหล่านี้ พระพุทธรูปยุคนั้นหลักๆมี 2 ชุด คือ ชุดที่ทำจากหินทรายแดง กับหินทรายขาว หินทรายแดงคือรุ่นเก่ากว่า ควรเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ว่าครั้งหนึ่งเป็นพระที่คนบูชา โดยต้องมีคำอธิบายเรื่องชุมชนเก่าด้วย” ศาสตราจารย์พิเศษศรีศักรกล่าว

ผศ.ดร.ประภัสสร์ ชูวิเชียร อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี ม.ศิลปากร กล่าวว่า โบราณวัตถุเหล่านี้เป็นของที่ถูกรวบรวมมาในภายหลัง ไม่แน่ใจว่าเป็นตอนไหน เพราะวัดไม่ได้บันทึกไว้ ส่วนใหญ่เป็นเศียรพระพุทธรูปและพระพิมพ์ ซึ่งอยู่ในสภาพชำรุด มีอายุสมัยหลากหลาย ตั้งแต่เขมรถึงอยุธยาตอนต้นและอยุธยาตอนปลาย สำหรับที่มา ไม่ทราบแน่ชัด แต่อาจสันนิษฐานได้ว่าน่าจะถูกเคลื่อนย้ายมาจากพื้นที่แถบนั้น คือ สามโคก ซึ่งมีชุมชนเก่าคือ ‘ทุ่งพญาเมือง’ สำหรับการทำพิพิธภัณฑ์ควรจัดเป็นหมวดหมู่ตามอายุสมัย โดยใช้รูปแบบศิลปกรรมเป็นตัวตั้ง
“เชื่อว่าคงเป็นโบราณวัตถุที่ถูกรวบรวมมาจากวัดเก่าย่าน สามโคกซึ่งมีแม่น้ำอ้อม บริเวณเชียงราก และมีการขุดลัดแม่น้ำเมืองปทุมธานีสมัยพระเจ้าทรงธรรม เป็นไปได้ว่าแม่น้ำอ้อม หรือคลองอ้อมเชียงราก เคยมีวัดเก่าแต่ยังไม่มีการสืบหาในปัจจุบัน การทำพิพิธภัณฑ์ควรจัดเป็นหมวดหมู่ จัดลำดับอายุตามสมัยหรือรูปแบบศิลปกรรมเป็นตัวตั้งก่อน เพราะเราไม่สามารถดึงข้อมูลจากของเหล่านี้ได้เนื่องจากไม่มีที่มา หลังจากนั้น อาจให้ความรู้เพิ่มเติมว่า ของพวกนี้ อาจถูกรวบรวมมาจากสามโคก สะท้อนว่ามีชุมชนอยู่ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น อยู่มาถึงอยุธยาตอนปลาย เราไม่สามารถทำพิพิธภัณฑ์ที่บ่งเรื่องอะไรได้ชัดเจนกว่านี้นอกจากจัดเป็นหมวดหมู่ตามรูปแบบศิลปกรรมตามยุคสมัย แล้วค่อยนำหมวดหมู่ตรงนี้มาอธิบายว่าชุมชนนี้เก่าถึงเท่าไหร่ รวมถึงอธิบายปริมาณโบราณวัตถุที่เยอะมาก แสดงว่าเป็นชุมชนใหญ่และสำคัญมาก่อน อาจมีเรื่องกรมหลวงชินวรณ์มาซ่อมวัด ซึ่งเป็นคราวที่รวบรวมของพวกนี้มาใส่ไว้ใต้ฐานโบสถ์” ผศ.ดร.ประภัสสร์กล่าว


