อ.ธรรมศาสตร์ชี้ ‘ทุ่งพญาเมือง’ สำคัญต่อปวศ.อยุธยา แต่กลับไร้การขุดค้นจริงจัง

20.10.17 | 16:22 น.
ผศ.พิพัฒน์ กระแจะจันทร์ อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

สืบเนื่องกรณีการพบพระพุทธรูปหินทรายเก่าแก่สมัยอยุธยาที่วัดชินวรารามวรวิหาร อ.เมือง จ.ปทุมธานี ซึ่งนักวิชาการเชื่อว่ามีความสัมพันธ์กับเมืองโบราณ ‘ทุ่งพญาเมือง’ โดยทางวัดเตรียมสร้างพิพิธภัณฑ์งบประมาณ 18 ล้านบาทนั้น

ผศ. พิพัฒน์ กระแจะจันทร์ อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่เคยมีการดำเนินงานทางโบราณคดีอย่างจริงจัง ทั้งที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์อยุธยา เนื่องจากจะช่วยตอบโจทย์เรื่องการเคลื่อนย้ายชุมชนสู่นนทบุรีและกรุงเทพฯ

อย่างไรก็ตาม คณะศิลปศาสตร์มีการทำ “โครงการวิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่นรังสิต : ความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับการเปลี่ยนแปลงด้านคมนาคม” ตั้งแต่ พ.ศ.2558 คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในปลายปีนี้ เพื่อบริการความรู้สู่สังคม โดยส่วนหนึ่งได้ลงพื้นที่ทุ่งพญาเมืองด้วย ทั้งนี้ พื้นที่ย่านรังสิตแบ่งเป็น 2 ฝั่ง คือ 1. ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นที่ตั้งของทุ่งพญาเมือง จากชื่อสถานที่สันนิษฐานว่าบริเวณดังกล่าวคงเป็นพื้นที่ของชนชั้นปกครองในอดีต 2. ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นที่ตั้งของเชียงราก คาดว่าคงเป็นพื้นที่ของราษฎร

สำหรับวัดชินวราราม ไม่ได้อยู่ในเขตทุ่งพญาเมือง แต่เป็นพื้นที่ต่อเนื่องกัน มีมุขปาฐะเกี่ยวกับตำนานพระเจ้าอู่ทองที่ชาวบ้านยังเล่ากันอยู่จนถึงทุกวันนี้

 “ความสำคัญของทุ่งพญาเมือง คือการเป็นชุมชนใหญ่บริเวณปากอ่าว มีการขนถ่ายสินค้าต่างๆตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น ต่อมาสมัยอยุธยาตอนกลาง ถึงตอนปลาย เป็นจุดพักระหว่างทางจากอยุธยามายังกรุงเทพฯ ดังนั้น การพบโบราณวัตถุรวมถึงพระพุทธรูปจำนวนมากจึงไม่ใช่เรื่องแปลก แถบนั้นมีวัดสำคัญ เช่น วัดมหิงสาราม พบโบราณวัตถุสมัยอยุธยาตอนปลาย วัดบางเตยกลาง ตอนนี้ไม่เหลือหลักฐานแล้ว แต่มีปรากฏในพงศาวดารเหนือ น่าจะเป็นพื้นที่ซึ่งพระเจ้าสายน้ำผึ่งจะสร้างเมือง แต่ถูกทักท้วงว่ามีน้ำเค็ม เลยไปอยุธยาแทน นอกจากนี้ยังมีวัดตำหนัก วัดสิงห์ ซึ่งเคยมีการขุดค้นทางโบราณคดีพบชั้นดินสมัยอยุธยาตอนกลาง และมีหลักฐานเกี่ยวกับชุมชนมอญในยุคพระนารายณ์มหาราช”  ผศ.พิพัฒน์กล่าว

Advertisement