หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา วธ.เปิดตัวหนั...

วธ.เปิดตัวหนังสือ ‘พระเสด็จสู่ฟ้า ราษฎร์ล้วนอาลัย’ รวม 189 บทกวี ภาคประชาชน แสดงความอาลัย ร.9

20.10.17 | 20:10 น.

 

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ที่หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า วธ.จัดทำหนังสือที่ระลึก และจดหมายเหตุงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 11 รายการ ประกอบด้วย หนังสือจดหมายเหตุฉบับหลัก 1 รายการ หนังสือจดหมายเหตุฉบับรอง 6 รายการ หนังสือที่ระลึก 3 รายการ และแผ่นพับที่ระลึก 1 รายการ โดย 1 ในจดหมายเหตุฉบับรอง คือ หนังสือจดหมายเหตุบทกวีนิพนธ์โครงการกานท์กวีคีตการปวงประชาน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีชื่อว่า “พระเสด็จสู่ฟ้า ราษฎร์ล้วนอาลัย” จัดทำขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื้อหาหนังสือจดหมายเหตุฉบับนี้ ได้รวบรวมบทกวีนิพนธ์ที่ศิลปิน ประชาชนหลากหลายอาชีพ เด็กและเยาวชนแต่งขึ้น เพื่อแสดงความอาลัย และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ 189 บท โดยมีภาพประกอบที่ถ่ายทอดเรื่องราวความโศกเศร้าของปวงชนชาวไทย โดยขณะนี้ วธ.ได้จัดทำต้นฉบับหนังสือจดหมายเหตุดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดพิมพ์

“การจัดทำหนังสือจดหมายเหตุฉบับนี้ วธ.ได้คัดเลือกบทกวีนิพนธ์ที่ได้รวบรวมไว้ทั้งหมดกว่า 10,000 บท มีตั้งแต่ผู้ที่อายุ 90 ปี มาจนถึงผู้อายุน้อยสุด เรียนในระดับประถมศึกษา คัดเลือก และบรรจุไว้ในหนังสือ 189 บท ซึ่งเลข 1 สื่อถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นเอกบรมกษัตริย์ ส่วนเลข 89 หมายถึงพระชนมายุ 89 พรรษา โดยคณะทำงานได้พิจารณาคัดเลือกบทกวีนิพนธ์แสดงความอาลัย โดยมีหลักเกณฑ์คือ ต้องเป็นผลงานประพันธ์ของบุคคล ไม่ใช่หน่วยงาน หรือองค์กร มีเนื้อหา และการใช้ถ้อยคำงดงาม สมพระเกียรติ มีรูปแบบการประพันธ์ถูกต้องตามหลักภาษา และฉันทลักษณ์ร้อยกรองไทย ตลอดจนสามารถถ่ายทอดความรู้สึกสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของคนไทยได้อย่างลึกซึ้ง อย่างไรก็ตาม บทกวีนิพนธ์ถวายความอาลัย และภาพถ่ายที่ไม่ได้รับการพิจารณาคัดเลือก รวบรวมไว้ในหนังสือจดหมายเหตุดังกล่าว จะนำไปเก็บรักษาไว้ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่ จ.ปทุมธานี เพื่อบันทึกไว้เป็นจดหมายเหตุแห่งชาติ และเป็นเกียรติประวัติที่แสดงถึงความจงรักภักดี ความอาลัย และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้” นายวีระ กล่าว

นายวีระกล่าวอีกว่า ส่วนภาพประกอบเป็นภาพถ่ายแสดงถึงความโศกเศร้า สุดอาลัยของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ต่อการเสด็จสวรรคตนับตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2559 จนถึงวันสุดท้ายที่ประชาชนได้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2560 โดยคัดเลือกภาพถ่ายจากทั้งหมดกว่า 20,000 ภาพ ซึ่งเป็นผลงานช่างภาพมืออาชีพ ช่างภาพ จิตอาสา ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ รวมถึง ประชาชนที่ส่งภาพเหล่านี้มายัง วธ.อย่างไรก็ตาม วธ.ได้จัดพิมพ์หนังสือ “พระเสด็จสู่ฟ้า ราษฎร์ล้วนอาลัย” จำนวน 15,000 เล่ม เพื่อแจกจ่ายไปยังห้องสมุดโรงเรียน ห้องสมุดประชาชน หอสมุดแห่งชาติ หน่วยงานราชการ สำหรับประชาชนที่สนใจสามารถดาว์โหลดได้ที่เว็บไซต์ วธ.

Advertisement

ม.ร.ว.อรฉัตร ซองทอง คณะทำงานคัดเลือกคัดเลือกบทกวีนิพนธ์ กล่าวว่า เมื่อทราบว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต รู้สึกเสียใจอย่างมาก และได้นั่งดูถ่ายทอดสดรถพระที่นั่งเคลื่อนพระบรมศพออกมาจากโรงพยาบาลศิริราช ในวันที่ 14 ตุลาคม 2559 ความเสียใจถูกส่งผ่านบทกลอน พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด และได้นำบทกลอนดังกล่าวมาบรรจุไว้ในหนังสือเล่มนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม มีผู้ส่งบทกวีมาให้คัดเลือกจำนวนมาก จากเคยคิดว่าบทกวีกำลังจะสูญหาย แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เห็นประเทศไทยเป็นเมืองแห่งกวี เพราะผู้ที่ส่งบทกวีมาให้คัดเลือกมีตั้งคนอายุ 90 ปี จนถึงเด็กประถม ทั้งนี้ การคัดเลือกจะเน้นความถูกต้องตามฉันทลักษณ์อย่างถูกต้อง มีเนื้อหาที่เหมาะสม สมพระเกียรติ ซึ่งทุกบทกวีที่ส่งเข้ามาให้คัดเลือกล้วนมีความหมายที่ดี ลึกซึ้ง สื่อถึงความเศร้าโศกเสียใจ และความรักที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9
นายอภิชาติ ดำดี นักเขียน กล่าวว่า ตนเขียนบทกวี “ถามจันทร์” ขึ้นในคืนวันลอยกระทงเมื่อปี 2559 ซึ่งเป็นปีแรกที่ประชาชนคนไทยทุกคนไม่ได้เห็นในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ลงมาลอยพระประทีป ค่ำวันนั้นเป็นคืนเดือนเพ็ญ 15 ค่ำ พระจันทร์กลมโตเต็มดวงสวยเหมือนเช่นทุกปี แต่คนไทยทุกคนกลับรู้สึกเศร้า เพราะตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2559 ทุกดวงใจหลอมรวมในเรื่องเดียวกัน คนไทยร้องไห้ในเรื่องเดียวกัน แรงบันดาลใจของบทกวีนี้เกิดจากภาพพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเสด็จฯ ไปดูแลพสกนิกรไทยทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นถิ่นทุรกันดารแค่ไหนก็ไม่ทรงย่อท้อ มากกว่าการเดินทางจากโลกไปดวงจันทร์ ซึ่งมีระยะทาง 3.6 แสนกิโลเมตร แต่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเดินทางไปทั่วประเทศปีละ 25,000 กิโลเมตร เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่พสกนิกร ตลอด 70 ปี

นายชัยพร ทับพวาธินท์ คีตศิลปินอาวุโส สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ทันทีที่สำนักพระราชวังออกประกาศการเสด็จสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตนรู้สึกเศร้าเสียใจเช่นเดียวกันคนไทยทั้งประเทศ ในคืนนั้นเขียนไปร้องไห้จนได้บทกวี 13 บท และไม่สามารถทำอะไรต่อได้อีก ซึ่งบทกวีที่แต่งได้รับคัดเลือกมารวบรวมไว้ในหนังสือเล่มนี้ หากถามว่าภาคภูมิใจหรือไม่ รู้สึกภูมิใจ แต่ก็รู้สึกโศกเศร้า เป็นไปได้ก็ไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้น แต่ก็ขอเป็นตัวแทนประชาชนทำหน้าที่น้อมรำลึกถึงพระองค์ เพื่อถวายงานแก่พระองค์ ซึ่งไม่ใช่ครั้งสุดท้าย แต่จะทำ และรำลึกถึงพระองค์ท่านตลอดไป

น.ส.สิริพร บุตรฉา ชั้น ม.5 โรงเรียนวัดสระแก้ว (รุ่งโรจน์ธนะกุล อุปถัมภ์) กล่าวว่า ในคืนที่ 13 ตุลาคม พอทราบว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต ตนกับเพื่อนรู้สึกเศร้าอย่างมาก ที่ผ่านมาติดตามพระอาการประชวนของพระองค์มาโดยตลอด เมื่อรู้ว่าพระองค์เสด็จสวรรคต ก็ได้ชวนเพื่อนๆ ไปสวดมนต์ถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 และวันรุ่งขึ้นได้ร่วมกับเพื่อน 4 คนแต่งกลอนเพื่อถวายความอาลัย เพราะพระองค์มีพระมหากรุณาธิคุณต่อพวกเราทุกคนอย่างมาก ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้กับโรงเรียนเดือนๆ ละ 4.5 แสนบาท เพื่อเป็นค่าอาหารกลางวันให้เด็กทุกคนในโรงเรียน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเด็กกำพร้า และเด็กด้อยโอกาสในพื้นที่สูง มีประมาณ 2,000 กว่าคน ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ แม้ในวันนี้ความโศกเศร้าจะยังมีอยู่ แต่พวกตนจะแปรเปลี่ยนให้เป็นพลัง ดำเนินรอยตามคำสอนให้ดีที่สุด