หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา ชาวไทยบินไกลจ...

ชาวไทยบินไกลจากสวิสแสดงความอาลัย ร.9 อดีต ขรก.กาฬสินธุ์มาคนเดียว ไม่ท้อปักหลักรอคิวตั้งแต่ 22 ต.ค.

24.10.17 | 17:27 น.

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนจำนวนมากได้ทยอยจับจองพื้นที่บริเวณทางเข้าจุดคัดกรองทั้ง 9 จุด คือ แยกสะพานมอญ ท่าช้าง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) พระแม่ธรณีบีบมวยผม ถนนกัลยาณไมตรี แยกสะพานช้างโรงสี แยกพระเชตุพน ท่าพระจันทร์ และใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เพื่อรอเฝ้าชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 26 ตุลาคม แม้จะมีฝนตกลงมา แต่มีสภาพอากาศค่อนข้างร้อนในช่วงกลางวัน และอบอ้าวในช่วงเย็น ก็ไม่ทำให้พสกนิกรที่มารอเกิดความย่อท้อ ยังคงมุ่งมั่นเฝ้ารอเพื่อให้ได้เข้าร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยบริเวณรั้วทางเข้า มธ.ได้นำพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 จำนวน 112 ภาพ มาติดตั้งตลอดแนวรั้วด้านหน้า มธ.

นางสุกัญญา เฟซเลอร์ ชาวไทยซึ่งอาศัยอยู่ต่างประเทศ กล่าวว่า ตนเป็นคนไทยที่เดินทางไปใช้ชีวิตอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์นานกว่า 20 ปี เดินทางมาพร้อมกับเพื่อนคือ นางจิตรา บุร์รี ที่ตัดสินใจกลับมาครั้งนี้ ตั้งใจมาร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยเมื่อช่วงต้นปีได้เดินทางมากราบพระบรมศพแล้วครั้งหนึ่ง การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ครั้งนี้ นำความเศร้าโศกเสียใจมาให้ตนอย่างมาก รู้สึกเหมือนขาดเสาหลัก เพราะตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตในต่างแดน ไม่มีญาติ ไม่มีคนที่พูดคุยภาษาเดียวกัน เมื่อรู้สึกท้อ และเหงา จะหยิบพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่านขึ้นมากราบ เพื่อเป็นกำลังใจ และนำคำสอนของพระองค์ท่านมาเป็นแนวทางในการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความอดทน ความเพียร ความเสียสละ ที่สำคัญคือความพอเพียง จนทำให้ตน และครอบครัวมีชีวิตที่ดี มีธุรกิจร้านอาหารมาจนถึงทุกวันนี้

“ดิฉันตั้งใจเดินทางร่วมแสดงความอาลัยต่อพระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้าย อยากมากราบพระบรมศพ เพราะกราบที่ไหนก็ไม่เหมือนกลับมากราบที่แผ่นดินบ้านเกิด มานั่งรอตรงจุดแยกสะพานมอญตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 23 ตุลาคม เพราะเห็นว่ามีประชาชนมารอจำนวนมาก กลัวว่าจะไม่ได้เข้า จึงตัดสินใจนั่งปักหลักอยู่ตรงนี้ ถือเป็นโชคดี คิดว่าจะได้เข้าแน่นอน ฝนจะตก แดดจะออก ก็ไม่กลัว ความลำบากในการมาเฝ้ารอเป็นเรื่องเล็กน้อย หากเทียบกับสิ่งที่พระองค์ได้ทำให้พสกนิกรชาวไทยทุกคน” นางสุกัญญา กล่าว

Advertisement

นางรดีพร มิมะพันธุ์ อดีตข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ตนเดินทางมาจาก จ.กาฬสินธุ์ มาคนเดียว มาถึงที่นี่ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม ได้มานั่งรอบริเวณถนนกัลยาณไมตรี ตั้งแต่เวลา 19.00 น.ตั้งใจว่าวันที่ 26 ตุลาคมนี้ จะต้องเข้าร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้ได้ เพราะเป็นโอกาสสุดท้ายที่ได้ร่วมแสดงความอาลัย แม้ฝนจะตกก็จะอดทน ภาวนาตลอดว่าอย่าให้ตัวเองป่วย ขอให้มีแรงจนได้เข้าไปภายในบริเวณรอบมณฑลพิธี สำหรับตนตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ความเศร้าเสียใจในการสูญเสียครั้งนี้ไม่ได้น้อยลงเลย ตรงข้ามกลับรู้สึกใจหาย แต่ก็เข้าใจว่าทุกคนต้องทำใจ และใช้ชีวิตต่อไปให้ได้ แม้พระองค์จะเสด็จสู่สรวงสวรรค์แล้ว แต่จะยังคงสถิตอยู่ในหัวใจของคนไทยทุกคนตลอดไป

ขณะที่นางพรรณี พันธิน ซึ่งเดินทางมาจากย่านศรีนครินทร์ กล่าวว่า ตนเดินทางมาพร้อมเพื่อนตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม เกรงว่าคนจะมารอเยอะจนเข้าไม่ได้ ได้เตรียมความพร้อมเต็มที่ทั้งที่นอน อาหาร น้ำ ยา และร่มกันฝน เพื่อไม่ให้มีอุปสรรค เคยเข้าไปกราบพระบรมศพแล้ว 4 ครั้ง รอนานที่สุดถึง 15 ชั่วโมง แต่ก็ไม่ท้อ เพราะคิดว่าตลอด 70 ปีที่ผ่านมา พระองค์ทรงทำเพื่อคนไทยมากมาย