หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา ปชช.บอกเล่าคว...

ปชช.บอกเล่าความรู้สึกถึงในหลวง ร.9 หลังกราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารที่วัดบวรฯ

1.11.17 | 16:28 น.

 

นายบุญเดช เลิศศิลป์ ประชาชนที่เดินทางมาจากย่านบางบัวทอง เพื่อเข้ากราบสักการะพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่วัดบวรนิเวศราชวรมหาวิหาร กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้กราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งแต่เด็กตนอยู่ในครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างยากจน แต่ครอบครัวก็สั่งสอนให้รัก และเทิดทูนพระมหากษัตริย์ ทุกครั้งที่มีขบวนเสด็จฯ จะไปเฝ้ารอ เพื่อให้มีโอกาสได้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 จนกระทั่งเข้ารับราชการ ก็ได้นำคำสอนของพระองค์มาใช้ในการดำเนินชีวิต

“ความรู้สึกของความสูญเสียครั้งนี้ ผมไม่สามารถบรรยายออกมาได้ พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทยเป็นอย่างมาก ผมวิ่งไปรอเฝ้ารับเสด็จฯ ริมทางที่จะเสด็จฯ ผ่าน ตั้งแต่อายุ 5-6 ขวบ ยังไม่มีรองเท้าใส่ กางเกงขาดๆ แต่ก็ยึดคำสอนของพระองค์จนทำงานรับราชการ มีกินมีใช้ เลี้ยงดูครอบครัวได้ถึงทุกวันนี้ สิ่งที่พระองค์ทำให้คนไทยมีมากมาย ในใจยังคิดว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 ไม่ได้จากเราไปไหน คิดว่าพระองค์ยังอยู่ตรงนี้ อยู่กับประชาชน คอยปกป้องคุ้มครองคนไทยทุกคนเช่นเดิม จากนี้ตั้งใจจะเดินทางไปกราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร และตั้งใจจะเดินทางมากราบสักการะที่วัดบวรฯ และวัดราชบพิธฯ ทุกครั้งถ้ามีโอกาส” นายบุญเดชกล่าว

นางสร้อยสุคนธ์ นิยมวานิช อายุ 69 ปี กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้มากราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารที่วัดบวรฯ เพราะในวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ไม่มีโอกาสได้มาร่วม เพราะอายุมากแล้ว ลูกห่วงเรื่องการเดินทาง การได้เข้ากราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารวันนี้ ทำให้รู้สึกใกล้ชิดพระองค์มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ตนมีโอกาสเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) 2 ครั้ง ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โดยตน และครอบครัวได้นำคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ในการดำเนินชีวิต

“ดิฉันนับถือศาสนาคริสต์ แต่ทุกศาสนาล้วนรัก และเทิดทูนพระองค์ ตลอดระยะเวลา 70 ปี ทรงงานเพื่อคนไทยมากมาย จนถึงตอนนี้ยังรู้สึกใจหาย ไม่อยากให้เป็นเรื่องจริง แต่ก็ต้องทำใจ ส่วนตัวคิดเสมอว่าพระองค์ยังเฝ้าดูประชาชนคนไทยอยู่บนสรวงสวรรค์ แม้เราจะมองไม่เห็นพระองค์ก็ตาม” นางสร้อยสุคนธ์ กล่าว

Advertisement