สกว.ผนึกแบงก์กสิกรไทย เดินหน้าพัฒนา 16 ร.ร.ต้นแบบในโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา เฟส 2

6.11.17 | 17:47 น.

 

นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เปิดเผยภายหลังร่วมลงนามในข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการเพาะพันธุ์ปัญญา (พัฒนายุววิจัย) ระยะที่ 2” ร่วมกับนายอดิศวร์ หลายชูไทย เลขานุการบริษัท และรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า การลงนามความร่วมมือครั้งนี้มีจุดหมายสำคัญเพื่อ 1.พัฒนาโรงเรียน 16 แห่ง ในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย ให้เป็นโรงเรียนเพาะพันธุ์ปัญญาต้นแบบที่ยั่งยืน 2.เพิ่มจำนวนนักเรียน จำนวนครู ขยายจำนวนห้องเรียนเรียนที่เข้าร่วมโครงการ โดยมีศูนย์พี่เลี้ยงจากแต่ละมหาวิทยาลัยเป็นผู้หนุนเสริมสำคัญ 3.พัฒนาองค์ความรู้ “สะเต็มศึกษา” แนวทางการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และสามารถบูรณาการความรู้ทาง 4 สหวิทยาการ ได้แก่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ที่ผนวกรวมกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ผ่านการทำโครงงานฐานวิจัยที่เรียกว่า SEEEM ซึ่งมุ่งเน้นความคิดกระบวนการเชิงระบบจากวิศวกรรมศาสตร์ มาทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐศาสตร์ และนิเวศวิทยา เพื่อให้นักเรียนสามารถอธิบาย ตัดสินใจอย่างมีเหตุผลอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ มีตรรกะตามแนวคิดคณิตศาสตร์ โดยอาศัยหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นภูมิคุ้มกันทางความคิด ที่ทำให้ดำรงชีวิตอยู่กับธรรมชาติได้อย่างพอประมาณ สมดุล

“กว่า 5 ปีของโครงการเพาะพันธุ์ปัญญาระยะที่ 1 ได้แสดงผลเชิงประจักษ์สะท้อนชัดว่า โครงการดังกล่าวยังผลการเปลี่ยนแปลงให้กับการศึกษาของประเทศไทย ทั้งโรงเรียน คุณครู นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ด้วยเหตุนี้คณะกรรมการจึงเห็นพ้องต้องกันให้ดำเนินการในระยะที่ 2 ซึ่งมุ่งเน้นให้นักเรียนทำโครงงานฐานวิจัย SEEEM ที่นักเรียนจะได้รับความรู้แบบสหสาขา เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาในการพัฒนา นับเป็นมิติของการนำวิทยาศาสตร์มาปรับใช้กับหลักเศรษฐกิจพอเพียงให้เกิดประโยชน์กับชุมชนที่เด็กๆ อาศัย นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังเป็นอีกตัวอย่างโครงการที่ สกว.ต้องการชี้ให้เห็นว่าการวิจัยเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาประเทศ รวมถึง พัฒนาระบบการศึกษาของไทย” นพ.สุทธิพันธ์ กล่าว

นายอดิศวร์ กล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพเยาวชน และส่งเสริมพัฒนาบุคลากรด้านการศึกษามาโดยตลอด เรื่องนี้ธนาคารกำหนดไว้ในนโยบายการดำเนินงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนของธนาคาร เพราะถือเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมในฐานะที่เป็นองค์กรชั้นนำของประเทศ โดยธนาคารเชื่อมั่นว่ากระบวนการของเพาะพันธุ์ปัญญาจะเปลี่ยนแปลงนักเรียน และครู พร้อมทั้งสร้างผลลัพธ์ทางสังคมได้อย่างกว้างขวาง ทั้งนี้ ธนาคารสนับสนุนโครงการเพาะพันธุ์ปัญญาตั้งแต่ปี 2555 ถึงปัจจุบัน สำหรับความร่วมมือกับ สกว.ในระยะที่ 2 นับว่ามีความสำคัญ เนื่องจากมีการสร้างโรงเรียนต้นแบบเพื่อขยายแนวคิดเพาะพันธุ์ปัญญา และผสมผสานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับการดำเนินโครงการ เพื่อสานต่อพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้มีพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่งต่อวงการการศึกษา และปวงชนชาวไทย โดยความร่วมมือครั้งนี้จะดำเนินการเป็นระยะเวลา 2 ปี

อนึ่ง สำหรับโรงเรียน (ร.ร.) 16 แห่งที่โครงการมุ่งหวังให้เป็นโรงเรียนต้นแบบ ประกอบด้วย 1.ร.ร.แม่ใจวิทยาคม 2.ร.ร.เทิงวิทยาคม (ภายใต้การดูแลของศูนย์พี่เลี้ยงโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา มหาวิทยาลัยพะเยา) 3.ร.ร.บุญวาทย์วิทยาลัย 4.ร.ร.เสริมงามวิทยาคม (ภายใต้การดูแลของศูนย์พี่เลี้ยงโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) ลำปาง) 5.ร.ร.โคกสว่างคุ้มวิทยานุสรณ์ 6.ร.ร.สมเด็จพระญาณสังวรในพระสังฆราชูปถัมภ์ (ภายใต้การดูแลของศูนย์พี่เลี้ยงโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี) 7.ร.ร.ขุนหาญวิทยาสรรค์ 8.ร.ร.ไพรบึงวิทยาคม (ภายใต้การดูแลของศูนย์พี่เลี้ยงโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา มรภ.ศรีสะเกษ)

Advertisement

9.ร.ร.กรับใหญ่ว่องกุศลกิจพิทยาคม 10.ร.ร.นารีวิทยา (ภายใต้การดูแลของศูนย์พี่เลี้ยงโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา มหาวิทยาลัยศิลปากร) 11.ร.ร.บ้านแพ้ววิทยา (ตี่ตง) 12.ร.ร.เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ สมุทรสาคร ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (ภายใต้การดูแลของศูนย์พี่เลี้ยงโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา มหาวิทยาลัยมหิดล) 13.ร.ร.กาญจนาภิเษกวิทยาลัยสุราษฎร์ธานี 14.ร.ร.จุฬาภรณราชวิทยาลัย นครศรีธรรมราช (ภายใต้การดูแลของศูนย์พี่เลี้ยงโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา มรภ.สุราษฎร์ธานี) 15.ร.ร.ธรรมโฆสิต และ 16.ร.ร.ระโนดวิทยา (ภายใต้การดูแลของศูนย์พี่เลี้ยงโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์)