เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มอบหมายให้ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. ดูแลการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) และ พล.อ.สุรเชษฐ์ มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินการโครงการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาโรงเรียนในพื้นที่ จชต. สู่คุณภาพไทยแลนด์ 4.0 โดยยึดหลักศาสตร์พระราชาลงสู่สถานศึกษานั้น สพฐ.โดยสำนักพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพค.) ได้ดำเนินการโครงการนี้ใน 52 โรงเรียน โดยมีทีมนิเทศจิตอาสาเป็นตัวขับเคลื่อน พบว่าเกิดผลสำเร็จเชิงประจักษ์และเมื่อทำการสำรวจความต้องการของประชาชน ปรากฏว่าต้องการให้นำโครงการนี้ลงสู่โรงเรียนใน จชต. ดังนั้น สพฐ.จึงได้ขยายผลให้เต็มพื้นที่ จชต. โดยเริ่มเฟส 2 ทั้งหมด 168 โรง และเขตพื้นที่ฯ คู่ขนานอีกกว่า 1,000 โรงเรียน พร้อมกันนี้ได้เน้นย้ำว่าการพัฒนา จะต้องระเบิดจากห้องเรียน และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยจะนำนโยบายที่ให้โรงเรียนเป็นฐานลงสู่การปฏิบัติ
ด้านนางเกศทิพย์ ศุภวานิช ผู้อำนวยการ สพค. กล่าวว่า กลุ่มเป้าหมาย เป็นโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ จชต. ที่มีผลสัมฤทธิ์ของผลทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) ลดต่ำลงเมื่อเปรียบเทียบระหว่างปีการศึกษา 2558-2559 และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ อีกทั้งสมัครใจเข้าร่วมโครงการ รวมจำนวน 168 โรงเรียน ซึ่งได้จัดสัมมนาการพัฒนาครูตามโครงการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่โรงแรมหรรษา เจบี อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ระหว่างวันที่ 4-5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีผู้เข้ารับการพัฒนาในระดับประถมศึกษาทั้งหมด 960 คน และระดับมัธยมศึกษา 230 คน ประกอบด้วย ผู้อำนวยการโรงเรียน และครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และสังคมศึกษา
“โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนการดำเนินงานจากหลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็นนายณรงค์ แผ้วพลสง รองเลขาธิการ กพฐ., คณะกรรมการดำเนินงานจากศูนย์ใต้ อาทิ นายประสิทธิ์ หนูกุ้ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ยะลา เขต 1 นายนิพัทธิ์ มณี ผอ.สพป.นราธิวาส เขต 3 นายอรรถสิทธิ์ รัตนแคล้ว ผอ.สพป.ปัตตานี เขต 1 เป็นต้น, ทีมนิเทศจิตอาสาที่ช่วยเหลือและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการ Active Learning ของครูผู้สอนโดยการนำของนายครรชิต มนูญผล ข้าราชการบำนาญ รวมทั้งเครือข่ายผู้อำนวยการโรงเรียนทั่วประเทศ และยังได้รับความร่วมมือจากบุคลากรจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยซึ่งถือว่า เฟส 2 เป็นการดึงการมีส่วนร่วมเพื่อจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างแท้จริง” นางเกศทิพย์กล่าว
ผอ.สพค.กล่าวต่อว่า สำหรับทีมนิเทศจิตอาสา ประกอบด้วย ทีมผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ มีหน้าที่สำคัญคือ สนับสนุนให้กำลังใจ ติดตามผลโรงเรียนกลุ่มเป้าหมายทั้ง 4 จังหวัด รวมทั้งรายงานผลการเปลี่ยนแปลงให้ส่วนกลางรับทราบความก้าวหน้าเป็นระยะๆ ส่งผลให้ครูและสถานศึกษาเกิดการตื่นตัว ปรับเปลี่ยนการจัดการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ส่วนนวัตกรรมที่ใช้ ประกอบด้วย 1.รูปแบบการจัดการเรียนรู้ Active Learning ตามหลักศาสตร์พระราชา ซึ่งจัดทำโดยโรงเรียนต้นแบบ Active Learning ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตรัง นครศรีธรรมราช นนทบุรีและพระนครศรีอยุธยา ซึ่งผ่านการสร้างตามหลักวิชาการและผ่านการใช้จริงในพื้นที่ทำให้ผลการสอบโอเน็ตสูงขึ้น 2.แผนจัดการเรียนรู้หน้าเดียว และใบกิจกรรมที่ใช้รูปแบบของ Graphic Organizer ซึ่งจะช่วยพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงของนักเรียนทุกคน 3.กิจกรรมสำคัญในแผนการเรียนรู้จะใช้กิจกรรมแบบลดเวลาเรียนแบบ Passive Learning ประมาณ 10 นาที เพิ่มเวลาเรียนแบบ Active Learning 40 นาที เน้นกิจกรรมการเรียนรู้เป็นกลุ่ม การปฏิบัติจริง ฝึกความรับผิดชอบ ทักษะการคิด และจิตสาธารณะ นักเรียนจะได้ฝึกการทำงานร่วมกับเพื่อนตลอดเวลา ฝึกการปฏิบัติตามขั้นตอนที่ออกแบบไว้เป็นขั้นตอน ฝึกการรับฟังความคิดเห็น การนำเสนอแบบมีเหตุมีผล ฝึกทักษะการประเมินตนเอง ปรับปรุงตนเองตลอดเวลา
“จากการสัมภาษณ์ผู้อำนวยการโรงเรียนที่ได้เข้าโครงการนี้มา 51 วัน พบการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมเด็กไปในทางที่ดีขึ้น เช่น รักโรงเรียน อยากมาเรียน มีความสุขในการเรียนรู้ กล้าแสดงออก อยากอ่านหนังสือมากขึ้น และผลเชิงประจักษ์ที่เกิดขึ้น คือ ผลคะแนนโอเน็ตของโรงเรียนสูงขึ้นแทบจะทุกโรงที่เข้าโครงการ รวมทั้งโรงเรียนที่ไม่ได้เข้าโครงการ แต่เป็นทีมนิเทศจิตอาสา แล้วนำกระบวนการนี้ไปใช้กับผู้เรียน เช่น โรงเรียนบ้านบางราพา จากลำดับที่ 122 อยู่ในลำดับ 6 โรงเรียนบ้านปะแดลางา จากลำดับที่ 65 อยู่ในลำดับ 12 เป็นต้น” นางเกศทิพย์กล่าว
ด้านนางรอซีด๊ะ ดาโต๊ะ ครูโรงเรียนบ้านปะแดลางา จ.ปัตตานี กล่าวว่า เดิมอันดับโอเน็ตของโรงเรียนอยู่ที่ 65 หลังเข้าร่วมโครงการขึ้นมาเป็นลำดับที่ 12






