หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา สมเด็จพระเจ้า...

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ พระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์ของ มรภ.เชียงใหม่

10.11.17 | 15:37 น.

 

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ฝ่ายประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) เชียงใหม่ แจ้งว่า เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิต มรภ.เชียงใหม่ ประจำปีการศึกษา 2558 – 2559 ณ หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มรภ.เชียงใหม่ ศูนย์แม่ริม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เป็นวันแรก เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ในการนี้ ทรงพระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์ ดังนี้

ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน แก่นายฐาปน สิริวัฒนภักดี หัวหน้าทีมภาคเอกชน คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และประชารัฐของประเทศไทย ทั้งยังเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และได้รับการยอมรับ มีบทบาทสำคัญในการริเริ่ม และเข้าร่วมทำงานกับรัฐบาลไทยภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐ โดยได้น้อมนำกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในเรื่องยุทธศาสตร์การพัฒนา คือ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน และสร้างความสุขที่ยั่งยืนให้แก่ผู้คนในชุมชน

Advertisement

ปริญญารัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ แก่นายนิพนธ์ คำพา อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้อุทิศตนให้กับงานพัฒนาท้องถิ่น จนได้รับการยอมรับจากชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในท้องถิ่น อาทิ นายกสมาคมกีฬาจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประธานหอการค้าจังหวัด ได้ผลักดันให้อนุมัติงบประมาณเพื่อก่อสร้างอาคารเรียนของวิทยาลัยแม่ฮ่องสอน สร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน

ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาผู้นำทางการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ แก่ Mr.Walter John Kenneth Pickering ผู้ริเริ่มความร่วมมือทางวิชาการกับองค์กรระหว่างประเทศ ก่อให้เกิดความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกลุ่ม มรภ.ในประเทศไทย กับสถาบันการศึกษา และองค์กรธุรกิจในต่างประเทศ อาทิ ประเทศแคนาดา และประเทศฮังการี ทั้งในด้านการแลกเปลี่ยนอาจารย์ และนักศึกษาระหว่างกัน นำไปสู่การพัฒนาการศึกษา และทรัพยากรบุคคลที่มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน

และปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการออกแบบผลิตภัณฑ์ แก่นายสมทรัพย์ ศรีสุวรรณ์ ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในภูมิปัญญาเครื่องปั้นดินเผา ประเภทน้ำต้นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งต้องอาศัยทักษะสูงในการปั้น ที่นับวันจะสูญหายไปด้วยปัจจัยแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ทั้งผลิตภัณฑ์ที่เข้ามาทดแทน เทคโนโลยีสมัยใหม่ และการขาดผู้สืบทอด ด้วยความไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคได้เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ด้วยการสร้างคุณค่าของผลิตภัณฑ์ จนเป็นที่ยอมรับ มีชื่อเสียงในนาม “สล่าแดง” ส่งผลให้ภูมิปัญญานี้ ยังคงดำรงอยู่ และเป็นมรดกอันล้ำค่าของชาติสืบไป