หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา ค่ายวิทย์สิ่ง...

ค่ายวิทย์สิ่งแวดล้อม ‘เพาเวอร์กรีน’..สู่ห้องเรียนธรรมชาติ

11.11.17 | 16:52 น.

 

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) เปิดค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม หรือ “ค่ายเพาเวอร์กรีน” ปีที่ 12 ภายใต้หัวข้อ “เศรษฐกิจ สังคม และความหลากหลายทางชีวภาพ สร้างสมดุลอย่างไรให้ยั่งยืนในยุคไทยแลนด์ 4.0” คัดเลือกเยาวชนชั้น ม.4-5 สายวิทยาศาสตร์ 70 คน จากผู้สมัครทั่วประเทศ 429 คน เข้าค่ายเมื่อเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา ที่คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มม.

จุดเด่นของค่ายฯ นอกจากรูปแบบ “วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม เรียนรู้สู่การปฏิบัติ” แล้ว ปีนี้เน้นการเรียนรู้ผ่านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้สัมผัสประสบการณ์จริงผ่านกิจกรรมศึกษาธรรมชาติ การดำเนินธุรกิจ และการใช้ชีวิตของคนในชุมชน ที่มุ่งพัฒนาเศรฐกิจ และการประกอบอาชีพท้องถิ่น ควบคู่กับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมเรียนรู้การนำเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศมาสำรวจ และระบุแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างการดำเนินธุรกิจ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาชุมชน เพื่อนำไปประยุกต์ต่อยอดให้เกิดความยั่งยืนกับประเทศต่อไป

จุดหมายปลายทางสู่การเรียนรู้ของเยาวชนในครั้งนี้คือ จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง ที่ไม่เพียงเป็นแหล่งท่องเที่ยว เกษตรกรรม และอุตสาหกรรมที่สำคัญ แต่ยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ พันธุ์พืช และสัตว์จำเพาะ ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นศูนย์รวมของหน่วยงานเทคโนโลยีสารสนเทศมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสถานีควบคุมและรับสัญญาณดาวเทียมไทยโชต สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) และแหล่งการเรียนรู้ทางด้านอวกาศ Space Inspirium ถือเป็นแหล่งทรัพยากรความรู้ชั้นดีให้เยาวชนในโครงการฯ เข้าไปศึกษา

Advertisement

นางอุดมลักษณ์ โอฬาร ผู้อำนวยการสายอาวุโส-องค์กรสัมพันธ์ บริษัทบ้านปูฯ กล่าวว่า ความหลากหลายทางชีวภาพเป็นเรื่องที่บ้านปูฯ ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง ค่ายเพาเวอร์กรีนเกี่ยวข้องโดยตรงกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน และนโยบายความหลากหลายทางชีวภาพของเรา เพื่อใช้เป็นแนวทางการบริหารจัดการ และป้องกันไม่ให้กิจกรรมของบริษัทฯ สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในระยะสั้น และระยะยาว และเพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ระหว่างสังคม และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ได้ต่อยอดนำองค์ความรู้มาสู่เยาวชนผู้เป็นอนาคตของชาติ เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ และนำความรู้ที่ได้รับไปเปลี่ยนแปลง และพัฒนาชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมรักษาคุณค่าทางระบบนิเวศควบคู่กับการดำรงชีวิตของมนุษย์ในยุคปัจจุบันให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ทั้งนี้ เยาวชนทั้ง 70 คน จะมีโอกาสได้เรียนรู้ภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติเกี่ยวกับในหัวข้อต่างๆ จากคณะอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ นอกจากนี้ หนึ่งในจุดหมายสำคัญของการเดินทางไปยัง จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง คือ พื้นที่กลุ่มประมงเรือเล็กปากคลองตากวน และบริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัทในเครือของบริษัทบ้านปูฯ และบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) ที่เป็นตัวอย่างการอยู่ร่วมกันระหว่างการดำเนินธุรกิจ ชุมชน และความหลากหลายทางชีวภาพที่สมดุล

รศ.รัตนวัฒน์ ไชยรัตน์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและกิจการนักศึกษา คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มม.ในฐานะประธานโครงการค่ายเพาเวอร์กรีน 12 กล่าวว่า ไทยเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก การเริ่มปลูกฝังความรู้ทางด้านนี้ให้แก่เยาวชนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของชาติต่อไปในอนาคต ถือเป็นการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับการพัฒนาประเทศ ปีนี้ มม.ได้นำอาจารย์ และผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม มาให้ความรู้ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ เพื่อจุดประกายจิตสำนึก และให้ความรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ อีกทั้งยังหล่อหลอมกรอบความคิดที่เป็นระบบและสร้างสรรค์ ฝึกการตีโจทย์ และแก้ปัญหา เพื่อนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมทางความคิดต่อไปในอนาคต สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0

หลังการเรียนรู้ภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ เยาวชนได้นำเสนอโครงการกลุ่ม ซึ่งโครงงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับทุนการศึกษา 10,000 บาท คือ โครงงาน “แอปพลิเคชันเพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ SEAN” เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้แก่นักท่องเที่ยวใน จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นจังหวัดที่อุดมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามมากมาย ในขณะเดียวกันก็เป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมทั้งทางตรง และทางอ้อมจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เติบโตขึ้นทุกปี โดยแอพพลิเคชั่นจะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวและ ความหลากหลายทางชีวภาพ นำมาแสดงให้ผู้ใช้ได้ทำกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ พร้อมได้รับคะแนนสะสมเพื่อนำไปแลกรางวัลต่อไป นอกจากนี้ แอพพลิเคชั่นยังแสดงข้อมูลเกี่ยวกับที่พัก และของฝากประจำท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาพรวมของภูเก็ตอีกด้วย

นภัสสร ปิ่นแก้ว หรือ ซอ นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนเดชะปัตตนยานุกูล อ.เมืองปัตตานี จ.ปัตตานี ตัวแทนทีมชนะเลิศ กล่าวว่า “ดีใจ และสนุกมากๆ ที่ได้เข้าร่วมค่ายเพาเวอร์กรีน ซึ่งแตกต่างจากค่ายทั่วไป เพราะมีการส่งเสริมให้เรียนรู้ทั้งใน และนอกห้องเรียน ให้นักเรียมีโอกาสเรียนรู้ และสัมผัสกับความหลากหลายทางชีวภาพ

“ตอนแรกคิดว่าหัวข้อค่ายในปีนี้จะยาก และไกลตัว แต่จริงๆ แล้วเป็นสิ่งที่ใกล้ตัว ควรให้ความสำคัญ และถือเป็นหน้าที่ของเราทุกคน ในการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพ และอนุรักษ์ไว้ ซึ่งเป็นหน้าที่ของเราทุกคนเพื่อความยั่งยืนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต” นภัสสร กล่าวทิ้งท้าย