เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน( กพฐ.) แถลงข่าวการยกเลิกโครงการยกระดับคุณภาพโรงเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือและพัฒนาเป็นพิเศษอย่างเร่งด่วนหรือไอซียู ว่า การยกเลิกโครงการไอซียู เป็นไปเช่นเดียวกับโครงการอื่น ๆ ซึ่งเมื่อดำเนินการไประยะหนึ่ง ถ้าเห็นว่าการดำเนินการสามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างปกติ ก็สิ้นสุดโครงการฯ เพียงแต่โครงการอื่น ๆ ที่สิ้นสุดไปไม่ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการโดยเร็ว ๆ นี้จะมีการประกาศสิ้นสุดอีกหลายโครงการฯ เพื่อเป็นการลดภาระครู เปิดโอกาสให้โรงเรียนมีอิสระคิดโครงการของตนเอง ให้ตอบโจทย์ตามความต้องการของเด็ก โดย แนวทางของสพฐ.จากนี้ จะไม่มีการเพิ่มโครงการฯ แต่จะเพิ่มกลไกในการพัฒนาตนเองให้กับโรงเรียน ส่วนจะยกเลิกโครงการฯใดบ้างนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ
นายบุญรักษ์ กล่าวต่อว่า โครงการโรงเรียนไอซียู เป็นนโยบายของนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งเมื่อเข้ามารับตำแหน่ง ก็มีข้อมูลว่า มีโรงเรียนที่มีปัญหาจนแทบจะจัดการเรียนการสอนไม่ได้จำนวนมาก โดยมีปัจจัยและสาเหตุหลายอย่าง โดยส่วนใหญ่เป็นปัจจัยด้านกายภาพ เช่น อาคารเรียน อาคารประกอบทรุดโทรม ขาดแคลนสื่อการเรียนการสอน บุคลากร ดังนั้นการดำเนินโครงการ จึงแบ่งกลุ่มระดับวิกฤต จำเป็นเร่งด่วนที่ต้องได้รับการพัฒนา โดยมีโรงเรียนที่ฉุกเฉิน 2,253 โรงเรียน เร่งด่วน 1,923 โรงเรียน ไม่ฉุกเฉิน 865 โรงเรียน รวมทั้งหมดที่เข้าร่วมโครงการโรงเรียนไอซียู จำนวน 5,032 โรงเรียน ในจำนวนนี้มีโรงเรียนที่ได้รับความช่วยเหลือด้านกายภาพ ปี2560 จำนวน 1,964 ในจำนวนโรงเรียนที่ได้รับความช่วยเหลือจากงบประมาณของสพฐ. 896 โรงเรียน ใช้งบฯ 416 ล้านบาท และงบฯ ที่ได้รับความช่วยเหลือจากภาคเอกชน จำนวน 1,068 โรงเรียน ใช้งบฯ29 ล้านบาท
“การยกเลิกโครงการฯ เป็นเรื่องของการบริหารไม่เกี่ยวข้องกับงบฯเพราะแม้ไม่มีโครงการนี้ สพฐ. ก็ต้องให้ความช่วยเหลือโรงเรียนอยู่แล้ว และรัฐบาลไม่ได้ห้ามให้ทำโครงการนี้ เพียงแต่เราอยากจะพาโรงเรียนก้าวเดินไปข้างหน้า ซึ่งนพ.ธีระเกียรติเองก็เข้าใจ และแม้จะสิ้นสุดโครงการโรงเรียนไอซียูแล้ว การแก้ปัญหาให้โรงเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือ ก็ยังดำเนินต่อไป ในลักษณะโครงการปกติ ซึ่งในปีงบประมาณ 2561 ได้เตรียมงบฯ ช่วยเหลือไว้เพิ่มเติมแล้ว จำนวน 440 ล้านบาท โดยเท่าที่ดูยังเหลือโรงเรียนวิกฤตอยู่ประมาณ 400 กว่าโรงเรียน ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในแผนการที่จะเข้าไปสนับสนุนช่วยเหลือให้โรงเรียนจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ รากำลังจะพัฒนาไปสู่การยกระดับคุณภาพลดความเหลื่อล้ำ ก้าวนำสู่คุณภาพ โดยใช้หลักในการบริหารช่วย เป็นกลไก เช่นให้โรงเรียนที่เก่งจับคู่พัฒนาโรงเรียนที่อ่อนกว่า “เลขาธิการกพฐ. กล่าว

