หืดจับ!! ‘เปรื่อง’ อธิการบดี มรภ.พระนคร หลังสภาลุยสรรหา 4 รอบ ผู้รับสรรหาอธิการ มทร.สุวรรณภูมิเดินหน้าอุทธรณ์ศาลสูงสุด

28.11.17 | 10:56 น.

 

แหล่งข่าวจากสภามหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) พระนคร คนหนึ่ง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา สภา มรภ.พระนคร มีมติเลือกนายเปรื่อง กิจรัตน์ภร รักษาการแทนอธิการบดี และเกษียณอายุราชการแล้ว ให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี ทั้งนี้ ต้องดำเนินการสรรหาถึง 4 ครั้ง ครั้งแรก มีผู้ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการสรรหาฯ เสนอชื่อเข้าสภา 2 คน คือ นายพงษ์ หรดาร อธิการบดีในขณะนั้นที่กำลังจะครบวาระ และนายวิชัย แหวนเพชร อดีตกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ มรภ.พระนคร และอดีตอธิการบดี หลังจากลงคะแนนถึง 2 ครั้ง ไม่มีใครได้คะแนนเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสภาที่มีอยู่ ทำให้ต้องเริ่มกระบวนการสรรหาครั้งที่ 2 ซึ่งมีผู้สมัคร และถูกเสนอชื่อเข้ารับการสรรหามากถึง 18 คน แต่ไม่มีชื่อนายพงษ์ นายเปรื่อง และนายวิชัย เนื่องจากข้อบังคับการประชุมสภาห้ามผู้สมัคร หรือได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการสรรหาในครั้งก่อน เข้ารับการสรรหาอีก เป็นเหตุให้ผู้เข้ารับการสรรหาคนหนึ่งในการสรรหาครั้งแรก ยื่นฟ้องศาลปกครองกลาง ขณะที่ผลการสรรหาครั้งที่ 2 มีนายเดช บุญประจักษ์ รักษาการอธิการบดี มรภ.พระนคร ในขณะนั้น กับคนนอกอีก 1 คน ได้รับการเสนอชื่อ แต่จากการลงคะแนน ยังไม่มีใครได้คะแนนเกินกึ่งหนึ่ง ทำให้นายมีชัย ฤชุพันธุ์ นายกสภา ประกาศจะขอลาออก และต้องเริ่มสรรหาใหม่อีกรอบ

แหล่งข่าวคนเดิมกล่าวอีกว่า จากนั้นรักษาการอธิการบดีในขณะนั้น ได้ทำหนังสือขอให้นายมีชัยรับตำแหน่งนายกสภาต่อ ก่อนเริ่มกระบวนการสรรหาฯ ครั้งที่ 3 นายมีชัยได้แก้ไขข้อบังคับว่าด้วยการประชุมสภาในส่วนของการสรรหาอธิการบดีใหม่ ใน 2 ประเด็นหลัก คือ 1.ให้ผู้ที่เคยสมัคร หรือได้รับการเสนอชื่อครั้งก่อน สามารถสมัคร หรือรับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาใหม่ได้ และ 2.การลงมติของสภา ให้ลงมติ 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 3 ให้คนที่คะแนนเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการที่เข้าร่วมประชุม ได้รับเลือกเป็นอธิการบดี ปรากฎว่าการลงคะแนนของกรรมการสภาในครั้งนี้ ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อคือ นายเดช และนายเปรื่อง แม้จะลงคะแนนถึง 3 ครั้ง แต่คะแนนยังคงเท่ากัน จึงต้องเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่เป็นรอบที่ 4 โดยก่อนการสรรหารอบนี้ นายมีชัยในฐานะนายกสภา ได้แก้ไขข้อบังคับว่าด้วยการประชุมสภาในส่วนของการลงคะแนนเลือกอธิการบดีอีกครั้ง โดยระบุว่าหากการลงคะแนนครั้งที่ 3 ยังมีคะแนนเท่ากัน ให้ประธานการประชุมคือนายกสภา ลงคะแนนซ้ำอีกครั้งเพื่อเลือกคนใดคนหนึ่งเป็นอธิการบดี พร้อมให้เหตุผลประกอบ

“ผลการสรรหาครั้งที่ 4 มีผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าสภา 2 คน คือ นายเปรื่อง และนายมณฑล จันทร์แจ่มใส อดีตคณบดีคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ผลการลงคะแนนปรากฎว่านายเปรื่องได้รับเลือกเป็นอธิการบดี จากกรรมการสภาที่มีอยู่ 23 คน แต่กรรมการที่มีสิทธิลงคะแนนมี 20 คน ไม่เข้าประชุม 1 คน ส่วนอีก 2 คน คือนายเปรื่อง ซึ่งเป็นกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ แต่เป็นผู้ถูกเสนอชื่อเข้ารับการสรรหา และนายเดช ผู้เข้ารับการสรรหา แม้ว่าจะไม่ได้รับการเสนอชื่อเข้าสภาก็ตาม จึงไม่มีสิทธิลงคะแนน ต้องออกจากห้องประชุม ผลการลงคะแนนปรากฎว่ารอบแรก นายเปรื่องได้ 10 คะแนน นายมณฑลได้ 10 คะแนน รอบที่ 2 นายเปรื่องได้ 11 คะแนน นายมณฑลได้ 9 คะแนน แต่ยังไม่เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสภาที่มีอยู่คือ 12 เสียง จึงต้องลงคะแนนรอบที่ 3 เพื่อใช้เสียงข้างมากของกรรมการสภาที่เข้าประชุมตัดสิน ผลคือนายเปรื่องได้ 11 คะแนน และนายมณฑลได้ 9 คะแนนเท่าเดิม นายเปรื่องจึงได้รับการเสนอชื่อเพื่อโปรดเกล้าฯ เป็นอธิการบดี” แหล่งข่าวคนเดิมกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายมีชัยในฐานะนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) สุวรรณภูมิ เคยเสนอชื่อนายไพศาล บุรินทร์วัฒนา อธิการบดี มทร.สุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นผู้เกษียณฯ เพื่อแต่งตั้งเป็นอธิการบดี จนหนึ่งในผู้เข้ารับการสรรหายื่นฟ้องศาลปกครองกลาง และก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกคำสั่งให้สถาบันอุดมศึกษาที่เป็นส่วนราชการสามารถแต่งตั้งบุคคลที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา หรือพนักงานในสถาบันอุดมศึกษา เป็นอธิการบดีได้ ต่อมาศาลปกครองกลางพิพากษายกฟ้องคดีดังกล่าว ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้นำรายชื่อนายไพศาลขึ้นทูลเกล้าฯ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ นายไพศาลให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี มทร.สุวรรณภูมิ เรียบร้อยแล้ว และขณะนี้ผู้เข้ารับการสรรหาคนดังกล่าว ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดแล้ว

Advertisement