เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน นายภาวิช ทองโรจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยนครพนม (มนพ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยเมื่อเร็วๆ นี้ ได้พบปัญหาใหม่ที่เนื่องมาจากการบริหารงานของนายสุวิทย์ เลาหศิริวงศ์ อดีตอธิการบดี มนพ.เกี่ยวกับการเปิดหลักสูตรการเรียนการสอนสาขาวิชานิติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เนื่องจากนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาในสาขาวิชานิติศาสตร์ในปีนี้ และจะต้องเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในวันที่ 13 ธันวาคมนี้ ปรากฏว่าบัณฑิตเหล่านี้ไม่สามารถเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรได้ เนื่องจากไม่มีการออกพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยสาขาวิชานิติศาสตร์ เนื่องจากในช่วงที่นายสุวิทย์เป็นอธิการบดี ได้เสนอเรื่องให้สภา มนพ.อนุมัติให้เปิดสอนสาขาวิชาดังกล่าว แต่เมื่อสภาอนุมัติแล้วเรียบร้อยแล้ว นายสุวิทย์กลับไม่ได้ไปดำเนินการเพื่อกำหนดปริญญาโดยออกเป็นพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยสาขาวิชานิติศาสตร์ ดังนั้น เมื่อนักศึกษาเหล่านี้เรียนจบหลักสูตร สภา มนพ.จึงไม่สามารถอนุมัติปริญญาบัตรให้ได้ ตนจึงได้นำเรื่องนี้หารือสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และทาง สกอ.ได้แนะนำให้เร่งดำเนินการเพื่อออกเป็นพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยสาขาวิชานิติศาสตร์ เพื่อสภาจะได้อนุมัติให้บัณฑิตทั้ง 13 คน มีสิทธิเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรได้
นายภาวิชกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ในสมัยที่นายสุวิทย์เป็นอธิการบดี ยังได้เปิดหลักสูตรนอกสถานที่ตั้งโดยไม่ถูกต้อง และเรื่องดังกล่าวเป็น 1 ในหลายเรื่องที่ทำให้นายสุวิทย์ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงตามที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ชี้มูล โดยเรื่องนี้ถูกเปิดเผยภายหลังมีนักศึกษาสาขาวิชาครุศาสตร์ในศูนย์การศึกษานอกสถานที่ตั้งที่ อ.เซกา จ.บึงกาฬ กว่า 300 คน ได้เข้าร้องเรียนภายหลังคุรุสภาไม่อนุมัติใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูให้ เนื่องจากเป็นหลักสูตรที่ไม่ได้รับการรับรองจากคุรุสภา และสภา มนพ.ไม่ทราบเรื่องว่ามีการเปิดสอนหลักสูตรดังกล่าวที่ศูนย์การศึกษานอกสถานที่ตั้ง จึงถือเป็นหลักสูตรเถื่อน ทาง มนพ.จึงต้องเจรจากับคุรุสภาเนื่องจากไม่ใช่ความผิดของนักศึกษา ทางคุรุสภาจึงให้ฝึกสอนเพิ่มอีก 1 ปี และต้องจ่ายค่าธรรมเนียมคนละ 7,000 บาท ทางสภา มนพ.พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ใช่ความผิดของนักศึกษา จึงให้มหาวิทยาลัยออกค่าธรรมเนียมให้นักศึกษาทั้ง 300 คน เรื่องดังกล่าวถือว่ามหาวิทยาลัยได้รับความเสียหาย จึงต้องสอบรับผิดทางละเมิดเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากนายสุวิทย์ด้วย
“เมื่อสภาตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นในเรื่องดังกล่าว ก็พบว่ามีการเปิดหลักสูตรปริญญาโทสาขารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการภาครัฐและกฎหมายมหาชน ที่ศูนย์การศึกษานอกสถานที่ตั้งที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยไม่ได้รับการอนุมัติจากสภาเช่นกัน และยังพบว่ามีการทำบัญชีโดยไม่ผ่านมหาวิทยาลัย ซึ่งถือว่าทำผิดระเบียบ และ สตง.ได้ตรวจสอบเรื่องนี้ พบว่ามีการดำเนินการไม่ถูกต้อง จึงให้เรียกเงินคืน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสภา มนพ.ได้สั่งปิดศูนย์การศึกษานอกสถานที่ตั้งทั้งที่ จ.บึงกาฬ และ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเปิดไม่ถูกต้องไปเรียบร้อยแล้ว” นายภาวิช กล่าว
นายภาวิชกล่าวอีกว่า ปัจจุบัน มนพ.มีศูนย์การศึกษานอกสถานที่ตั้งที่สภาอนุมัติเพียงศูนย์เดียวที่กรุงเทพฯ ที่จัดหลักสูตรด้านการบริหารการบินในระดับปริญญาโท โดยจัดร่วมกับการบินไทย เนื่องจากผู้เรียนเป็นพนักงานการบินไทย และพนักงานสายการบินอื่นๆ

