หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา แนะหมออุดมดัน...

แนะหมออุดมดันงานอุดมฯ แข่งยุคดิจิทัล แก้ปัญหา ‘สภา-ผู้บริหาร’ ผลัดกันเกาหลัง

6.12.17 | 11:00 น.

 

นายรัฐพงศ์ บุญญานุวัตร อดีตคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) สวนสุนันทา เปิดเผยว่า จากที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรีใหม่ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือประยุทธ์ 5 โดยในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มี นพ.อุดม คชินทร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.คนใหม่ ด้วยเวลาของรัฐบาลที่มีจำกัดเพียงปีเศษๆ จึงอยากเสนอให้ ศธ.ผนึกพลังของรัฐมนตรีทั้ง 3 คน เพื่อขับเคลื่อนงานการศึกษาของชาติให้ไปสู่เป้าหมายที่นายกฯ กำหนดเป็นแผนยุทธศาสตร์ สำหรับ นพ.อุดมในฐานะที่ผ่านงานระดับอุดมศึกษามาก่อน ทั้งอธิการบดี ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) และอีกหลายตำแหน่ง วันนี้ขอให้ นพ.อุดมใช้ประสบการณ์ผลักดันให้มหาวิทยาลัยของรัฐ และเอกชน ขับเคลื่อนพันธกิจสู่มหาวิทยาลัย เพื่อการแข่งขันในยุคดิจิทัล ตลอดจนแก้ปัญหาที่สะสมในมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยของรัฐ อาทิ ปัญหาธรรมาภิบาล หรือการจัดหลักสูตรที่ไม่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน การจัดการศึกษาเพื่อธุรกิจ ความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนบัณฑิตที่ยังขาดคุณภาพไม่สามารถแข่งขันได้ เป็นต้น

“ปัญหาต่างๆ ในอุดมศึกษา นพ.อุดมคงทราบดี วันนี้เพื่อให้งานอุดมศึกษาเป็นที่พึ่งพาของสังคมได้ ตลอดจนขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติในมิติต่างๆ ได้อย่างมีคุณภาพ และตอบโจทย์รัฐบาล จึงขอให้ นพ.อุดมให้ความสำคัญกับการสร้างการมีส่วนร่วมในสถาบันอุดมศึกษา โดยเฉพาะการสร้างความเข้าใจ และความสำคัญกับบทบาทของสภามหาวิทยาลัย ทั้งนี้ เพราะสภามีบทบาทสำคัญ และเป็นต้นทางของการพัฒนา และการมอบนโยบาย ตลอดจนกำกับติดตามการบริหารของมหาวิทยาลัย ปัญหาต่างๆ ในสถาบันอุดมศึกษา โดยเฉพาะสถาบันของรัฐที่เกิดขึ้น อาจมาจากการที่สภาบางแห่งขาดการติดตาม และตรวจสอบ นายกสภา และกรรมการเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อร่วมประชุมเพียงเดือนละ 1-2 ครั้ง ซึ่งที่ประชุมจะรับทราบ และอนุมัติตามที่ผู้บริหารเสนอ จึงมีประเด็นผลัดกันเกาหลังระหว่างสภากับผู้บริหารมหาวิทยาลัย ส่วนการติดตามตรวจสอบเข้มอาจมีน้อย” นายรัฐพงศ์ กล่าว

นายรัฐพงศ์กล่าวอีกว่า ที่สำคัญ ศธ.หรือ สกอ.จะต้องขจัด และลดความเหลื่อมล้ำ ระหว่างมหาวิทยาลัยของรัฐ และเอกชน ซึ่งผู้บริหารมหาวิทยาลัยเอกชนบางแห่งเคยกล่าวว่ามหาวิทยาลัยเอกชนเปรียบเสมือนลูกเมียน้อย เรื่องศักดิ์ศรี และความเท่าเทียม จึงมีส่วนสำคัญในการเดินหน้าพัฒนาอุดมศึกษาไทย และที่ไม่ควรมองข้ามคือการนำศาสตร์พระราชาไปพัฒนาเพื่อความยั่งยืน และปลูกฝังให้นักศึกษา และบัณฑิตมีความพร้อมในการออกไปรับใช้สังคมภายใต้ความพอเพียง