วท.มาบตาพุด พร้อมรับ EEC

19.12.17 | 16:20 น.

นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า การจัดการเรียนการสอนในสายวิชาชีพปัจจุบัน มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในเขตพื้นที่จังหวัดระยอง ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดให้เป็นเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ให้ความสำคัญต่อการลงทุนในด้านต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาประเทศ การจัดการเรียนการสอนด้านอาชีวศึกษา จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ต่อการพัฒนากำลังคน เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานภาคอุตสาหกรรมการผลิต และบริการของประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่ม First S-Curve 5 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ ยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ และการแปรรูปอาหาร ส่วนกลุ่ม New S-Curve ได้แก่ หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม การบินและโลจิสติกส์ เชื้อเพลิงและชีวภาพ ดิจิทัล และการแพทย์ครบวงจร

เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อว่า วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด เป็นสถานศึกษาเฉพาะทางที่ผลิตและพัฒนากำลังคนสายวิชาชีพโดยเฉพาะระดับช่างเทคนิค ที่รองรับการพัฒนาประเทศสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมและพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็น New Engine of Growthโดยความร่วมมือกับสถานประกอบการอุตสาหกรรมปิโตรเลียม ปิโตรเคมี เคมีชีวภาพ และพลังงานทดแทน ในโครงการพัฒนาช่างเทคนิควิศวกรรมเคมี (V-ChEPC) ผลิตช่างเทคนิคเฉพาะทางที่มีความรู้ ความสามารถและทักษะสอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ ซึ่งเป็นการสร้างพลังเครือข่ายเพื่อยกระดับคุณภาพการผลิตกำลังคน ทั้งยังเป็นต้นแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อสร้างสรรค์ด้วยปัญญา (Constructionism) การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง (Work-based Learning) การจัดการศึกษาโดยมีภาคอุตสาหกรรมเป็นผู้นำ (Industry-Lead Program) จัดให้มีศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีการเรียนรู้เฉพาะทางรวมทั้งพัฒนา
ด้านนายประชา ฤทธิผล ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด กล่าวว่า สังคมปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อระบบการศึกษา และการพัฒนาประเทศ การจัดการเรียนด้านอาชีวศึกษาต้องปรับให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งต้องผลิตและพัฒนากำลังคนให้ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการทั้งภายใน ประเทศ และระดับสากล โดยเฉพาะในสาขาวิชาชีพที่ขาดแคลน หรือมีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ และเตรียมกำลังคนระดับอาชีวศึกษาให้พร้อมกับการพัฒนาในทุก ๆ ด้าน