หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา วธ.ทำเรื่องขอ...

วธ.ทำเรื่องขอพระราชานุญาตรื้อถอนพระเมรุมาศ คาดเริ่มดำเนินการได้กลางม.ค.นี้

22.12.17 | 21:15 น.

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ที่ห้องรับรองหลังพระที่นั่งทรงธรรม ท้องสนามหลวง นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมติดตามและประเมินผลการดำเนินงานนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องการดำเนินการรื้อย้ายพระเมรุมาศและอาคารประกอบในมณฑลพิธีท้องสนาม โดย วธ. ได้รับมอบหมายให้จัดสร้างพิพิธภัณฑ์ในพื้นที่คลอง 5 จังหวัดปทุมธานี เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ อาคารประกอบต่างๆ และเรื่องราวพระราชพิธีพระบรมศพ โดยจะรื้อย้ายอาคารบางส่วนมาสร้างที่นี่ เช่น อาคารศาลาลูกขุน 1 จำนวน 2 หลัง บุษบกซ่าง และหอเปลื้อง อย่างละ 1 หลังจะนำมาจัดแสดงที่นี่ ส่วนประติมากรรม จะแบ่งประมาณ 20% มาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ ที่รังสิตคลอง 5 สำหรับต้นไม้ กระถางที่ประดับโดยรอบพื้นที่นั้น พวกไม้ดัดต่างๆ จะส่งคืนให้สวนนงนุช ขณะที่ดอกดาวเรืองกว่า 3 แสนต้นนั้นจะเคลื่อนย้ายไปใช้จัดงานฤดูหนาวที่บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต และสนามเสือป่าช่วงต้นเดือนมกราคม 2561 ทั้งนี้จะไม่มีการจำลองพระเมรุมาศไปแสดง เพราะเป็นความเชื่อสืบทอดมาแต่โบราณกาล อีกทั้ง การจัดสร้างพระเมรุมาศในหลวงรัชกาลที่ 9 ต่างจากพระเมรุมาศในอดีต เพราะเป็นการรวบรวมองค์ความรู้ต่างๆ และยังเป็นการถวายความจงรักภักดี ถวายพระเกียรติสูงสุด ซึ่งการเปิดให้ประชาชนมาชมทำให้เห็นมรดกล้ำค่าที่สืบทอด และภายหลังปิดนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯแล้ว ก็จะยังคงมีเจ้าหน้าที่เข้ามาคอยดูแลเหมือนเดิม เพียงแต่ลดปริมาณลง จนกว่าการรื้อย้ายจะเสร็จสิ้น ทั้งนี้เพื่อป้องกันการสูญหาย อย่างไรก็ตาม กรมศิลปากรได้จัดทำแผนดำเนินการรื้อย้ายและทำเรื่องกราบบังคมทูลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพิจารณาโปรดเกล้าฯ

ด้าน นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ขณะนี้กรมศิลปากร ได้ทำเรื่องกราบบังคมทูล ขอพระบรมราชานุญาตในการรื้อถอนพระเมรุมาศแล้ว และหากทรงมีพระราชานุญาตลงมาแล้วก็จะมีพิธีบวงสรวงก่อนจะมีการรื้อถอน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการกลางเดือนมกราคม 2561 โดยในส่วนของวัสดุก่อสร้างทั้งประติมากรรมและงานศิลปกรรมหลักๆ ของพระเมรุมาศก็จะนำไปเก็บไว้ที่ช่างสิบหมู่ จ.นครปฐม ซึ่งขณะนี้ได้สร้างอาคารขนาดกว้าง 30×60 เมตรขึ้นมาใหม่เฉพาะไว้จัดเก็บเพื่อเก็บไว้รอจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์หลังใหม่ ส่วนงานสถาปัตยกรรมของพระเมรุมาศ เช่น ซ่างและหอเปลื้องจะเก็บไว้ 1 หลัง เพื่อนำไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ รวมถึงเก็บงานศิลปกรรมทั้งหมดไว้ ส่วนงานทั่วไปรวมถึงผ้าทองย่นคงต้องรื้อทั้งหมด ส่วนโครงสร้างที่เป็นเหล็กที่มีจำนวนมาก ก็จะเก็บไว้ที่อุทยานประวัติศาสตร์ จ.พระนครศรีอุทยา ซึ่งในส่วนนี้ก็อยู่ที่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ทรงพระวินิจฉัย

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า เพราะฉะนั้นทั้งหมดมี 2 ส่วน คือ ส่วนหนึ่งที่นำไปจัดสร้างเพื่อใช้งานต่อ คือในส่วนของศาลาลูกขุน บางส่วนนำไปจัดสร้างที่สิบหมู่ และสร้างขนาบที่หอจดหมายเหตุ ร.9 และขณะนี้รอรื้อพลับพลายกที่หน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และทับเกษตร 2 หลัง และทิมอีก 2 หลัง สำหรับงบที่ใช้ในการรื้อถอนทั้งหมด ทั้งการเคลื่อนย้าย และการสร้างอาคารหลังใหม่ที่สิบหมู่ 2 หลัง และสร้างขนาบที่หอจดหมายเหตุ ร.9 โดยของบไว้จำนวน 80 กว่าล้านบาท โดยมีการเขียนแผนการรื้อถอนไว้จำนวน 60 วัน คาดว่าหลังปีใหม่จะเริ่มดำเนินการรื้อถอนได้ เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วประมาณเดือนมีนาคม ก็จะสามารถคืนพื้นที่ให้กับทางกรุงเทพมหานคร ส่วนชื่อพิพิธภัณฑ์จะกราบบังคมทูลขอพระราชทานชื่อพิพิธภัณฑ์ใหม่ต่อไป