เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า กรมศิลปากรได้จัดนิทรรศการพิเศษ “วิถีแห่งศรัทธาจากศิลปทัศน์ญี่ปุ่น” ในโอกาสครบรอบ 130 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ญี่ปุ่น เปิดให้ชมระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม – 18 กุมภาพันธ์ ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (พช.) พระนคร นับเป็นครั้งแรกที่มีการนำศิลปะญี่ปุ่นทุกยุคสมัยมาจัดแสดงในไทย เพื่อตอบแทนไทยที่นำโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุชิ้นเยี่ยมไปจัดนิทรรศการพิเศษ “ความรุ่งโรจน์แห่งพระพุทธศาสนาในดินแดนไทย” ไปจัดแสดง ณ พช.โตเกียว และ พช.คิวชู เนื่องในโอกาสครบ 130 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ญี่ปุ่น เมื่อต้นปี 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการนำโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุชิ้นเยี่ยมที่แสดงถึงประวัติศาสตร์ทุกสมัยของไทยจาก พช. 17 แห่ง และหอสมุดแห่งชาติ 116 รายการ 130 ชิ้น บางชิ้นไม่เคยอนุญาตให้นำออกไปจัดแสดงนอกประเทศมาก่อน

นายวีระกล่าวอีกว่า ความสัมพันธ์ไทย และญี่ปุ่น นับวันยิ่งเพิ่มพูนความใกล้ชิด ทั้งด้วยความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ราชวงศ์แห่งสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย และพระจักรพรรดิแห่งประเทศญี่ปุ่น รวมถึง ความสัมพันธ์ด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม โดยเฉพาะด้านศิลปวัฒนธรรมที่มีการติดต่อ และเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างหน่วยงานของทั้ง 2 ประเทศ เนื่องจากไทย และญี่ปุ่น มีการติดต่อกันมากว่า 600 ปี ตั้งแต่สมัยอยุธยา และได้เริ่มสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการจนครบ 130 ปี
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ที่นำมาจัดแสดง ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พช.พระนคร นำมาจาก พช.โตเกียว และ พช.คิวชู เป็นโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ สมัยโจมน จนถึงยุคประวัติศาสตร์ สมัยเอโดะ ประกอบด้วยหลักฐานที่ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดี ประติมากรรม จิตรกรรม และประณีตศิลป์ ที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมญี่ปุ่น เพื่อนำเสนอเรื่องการเริ่มต้นของศิลปะญี่ปุ่น ความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา ตระกูลขุนนาง และนักรบ นิกายเซน กับพิธีชงชา และความหลากหลายทางวัฒนธรรมในสมัยเอโดะ รวม 106 รายการ 130 ชิ้น โดยมีโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกชาติ 3 รายการ และมรดกวัฒนธรรมสำคัญ 25 รายการรวมอยู่ด้วย นับเป็นครั้งแรกที่มีการนำศิลปะญี่ปุ่นครบถ้วนทุกยุคสมัยมาจัดแสดงในไทย เพื่อช่วยส่งเสริมให้ชาวไทยสนใจในวัฒนธรรมญี่ปุ่นมากยิ่งขึ้น รวมทั้ง เป็นการเพิ่มพูนสัมพันธภาพของทั้งสองประเทศให้มั่นคงยั่งยืน





