หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา 10 ข่าวร้อนแร...

10 ข่าวร้อนแรงปี’60 วงการ “ศึกษา-ศาสนา”

28.12.17 | 17:07 น.

 

1.ศึกสายเลือด’สพท.-ศธจ.’ข้ามปี

แว่วว่าจะยืดเยื้อไปถึงปีจอสำหรับศึกระหว่างผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) กับศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) เพราะแม้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะชงเรื่องเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้แก้ไขคำ คสช.ที่ 19/2560 เรื่องการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ ศธ.ไปแล้ว แต่ชมรม/สมาคมครูจังหวัดร้อยเอ็ด มองว่าเสมา 1 แก้ปัญหาไม่เบ็ดเสร็จในคราวเดียว เพราะชมรม/สมาคมครูจังหวัดร้อยเอ็ดเรียกร้องให้มีตัวแทนผู้อำนวยการโรงเรียน และครูเข้าไปเป็นกรรมการในคณะกรรมการบริหารงานบุคคลในสัดส่วนเท่ากับ ผอ.สพท./ผู้ทรงคุณวุฒิด้วย

ขณะที่แนวทางแก้ไขคำสั่ง คสช.ที่ 19/2560 คือตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการบูรณาการด้านการศึกษา และคณะกรรมการบริหารงานบุคคล ทั้ง 2 ชุดมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน มี ศธจ.เป็นเลขานุการ และให้ ศธจ.เป็นผู้แทน ศธ.ทำหน้าที่ประสานงาน และบูรณาการการศึกษาในดับจังหวัด สำหรับคณะกรรมการบริหารงานบุคคล จะมี ผอ.สพท.ในจังหวัด ทุกคนร่วมเป็นกรรมการ พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีสัดส่วนเท่ากับ ผอ.สพท.และผู้แทนจากส่วนต่างๆ

รอดูว่าแก้ปัญหาหนึ่ง จะสร้างอีกปัญหาหนึ่งหรือไม่ เพราะชมรม/สมาคมครูจังหวัดร้อยเอ็ดประกาศแล้วว่าปีหน้าเคลื่อนแน่!!

Advertisement

2.วงการสงฆ์สะเทือนงด’ปลุกเสก’

เข้าสู่ภาวะสงบตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน ที่ผ่านมา หลังมีคำสั่งเจ้าคณะปกครองสงฆ์ทั้งเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เจ้าคณะใหญ่ (จญ.) คณะธรรมยุต จญ.หนตะวันออก หนกลาง หนเหนือ และหนใต้ สั่งเจ้าคณะในปกครอง/สังฆาธิการกวดขันการจำหน่ายพระบูชา วัตถุมงคล และเทวรูปต่างๆ ภายใน และบริเวณพระอุโบสถ นอกจากนี้ ให้กวดขันอาจารพระภิกษุสามเณรที่ละเมิดกฎหมายบ้านเมือง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ การแสดงออกในทางยั่วยุ ปลุกปั่น ประพฤติไม่เหมาะสมกับโลกวัชชะ เช่น ไม่สอดคล้องกับเพศกำเนิด สมณสารูป ใช้สื่อออนไลน์ไม่เหมาะสม ใช้อุปกรณ์สื่อสารผิดกาลเทศะ ไปในที่อโคจร จัดทำป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลเครื่องรางของขลัง โดยให้พระสังฆาธิการอบรมสั่งสอน ว่ากล่าวตักเตือนหรือลงโทษ

สอดคล้องกับ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ปาฐกถาพิเศษ “พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ต่อการศึกษาไทย” วันที่ 13 ตุลาคม ตอนหนึ่งว่า “พวกเราอย่าเพิ่งตกใจที่มีประกาศคณะสงห์ห้ามขายเครื่องรางของขลังในโบสถ์ นิทานเรื่องนี้เพิ่งจะเริ่ม เพราะยังมีเยอะ ซึ่งเป็นแนวทางที่ในหลวงรัชกาลที่ 10 พระราชทานให้”

ชัดเจนถึงที่มาที่ไป จึงเป็นที่มาที่พระเกจิดังหลายรูปประกาศวางมือพิธีปลุกเสกพระเครื่อง วัดต่างๆ พากันรื้อป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก และพระส่วนใหญ่มุ่งสู่กิจของสงฆ์มากขึ้น

นับเป็นการเริ่มต้น “ปฏิรูป” วงการสงฆ์ครั้งสำคัญ!!

3.’2ครู’ชวดบรรจุร.ร.อุ้มผางฯ

กรณี น.ส.วนาลี ทุนมาก หรือ ครูแอน และ น.ส.นิราวัลย์ เชื้อบุญมี หรือ ครูวัลย์ ชวดบรรจุครูผู้ช่วยโรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม จ.ตาก หลังจากสอนได้ 5 เดือน โดยไม่ได้รับเงินเดือน เพราะคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ตาก ไม่อนุมัติการบรรจุแต่งตั้ง เนื่องจากกระบวนการไม่ถูกต้องตามขั้นตอนนั้น ถือเป็นประเด็นฉาวส่งท้ายปีระกา

เริ่มจากนายมรกต กลัดสอาด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (ผอ.สพม.) เขต 38 (สุโขทัย-ตาก) ขณะนั้น เรียกบรรจุผิดสาขาวิชาเอก และเรียกบรรจุเกินกว่าอัตราที่ได้รับ โดย กศจ.ตากอนุมัติให้บรรจุที่โรงเรียนอุ้มผางฯ 2 อัตรา ได้แก่ คณิตศาสตร์ 1 อัตรา และสังคมศึกษา 1 อัตรา แต่นายมรกตบรรจุสังคมศึกษา 3 อัตรา ส่งผลให้ กศจ.ไม่อนุมัติการบรรจุครูแอน และครูวัลย์ และเมื่อ สพม.เขต 38 พยายามแก้ไขโดยทำเรื่องเสนอเข้าไปใหม่ ซึ่งบัญชีก็เลย 2 ปี ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2560 ไปแล้ว นำมาสู่ครูแอน และครูวัลย์ ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองพิษณุโลก เพื่อขอกลับเข้ารับราชการนับแต่วันมอบตัว หรือไม่ก็ขอคงสิทธิในบัญชีรวมของ กศจ.สุโขทัย ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงนายมรกต

ต้องรอดูปี 2561 ว่าสุดท้ายแล้วปัญหานี้จะลงเอยอย่างไร!!

4.ภารกิจตั้ง’ก.อุดมฯ’ของ’รมต.ป้ายแดง’

การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) “บิ๊กตู่ 5” ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ก็ได้รัฐมนตรีป้ายแดง นพ.อุดม คชินทร มาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.แทน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล โดย นพ.อุดมได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ และสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ ล้วนแล้วแต่เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการอุดมศึกษาที่ นพ.อุดมถนัด โดยมีแนวทางขับเคลื่อนงานด้านอุดมศึกษาด้วยการให้มหาวิทยาลัยทุกแห่งต้องมีบทบาทตอบสนองความต้องการของประเทศ สร้างคนที่มีคุณภาพสูงเพื่อให้แข่งขันได้ในระดับนานาชาติ และต้องสร้างงานวิจัยและนวัตกรรม รวมถึง การจัดการศึกษาให้กับผู้สูงวัย และการแก้ปัญหาธรรมาภิบาล จึงจำเป็นต้องปฏิรูปอุดมศึกษาทั้งระบบ

นอกจากนี้ ยังมีงานด่วนที่ นพ.อุดมต้องเร่งดำเนินการ คือการผลักดันให้เกิด “กระทรวงการอุดมศึกษา” ให้ทันภายในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ก่อนมีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่ง นพ.อุดมยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นเหตุผลสำคัญที่นายกฯ ขอให้มาช่วย โดยกระทรวงการอุดมศึกษาจะถูกออกแบบให้เป็นกระทรวงเล็กๆ มีหน้าที่ประสานงาน ส่งเสริมสนับสนุน เชื่อมโยงยุทธศาสตร์ชาติกับมหาวิทยาลัย เชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับภาคอุตสาหกรรม ภาคเอกชน และหน่วยงานต่างๆ

ต้องติดตามว่า “กระทรวงการอุดมศึกษา” จะเกิดทันรัฐบาลชุดหรือไม่!!

5.ผุด’ทีแคส’คัดน.ศ.ปี’61แทนแอดมิสชั่นส์

หลังที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ประกาศยกเลิกระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ในระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษา หรือแอดมิสชั่นส์กลาง ที่ใช้แทนระบบเอ็นทรานซ์มาตั้งแต่ปีการศึกษา 2549 และจะใช้คัดเลือกครั้งสุดท้ายในปีการศึกษา 2560 รวม 12 ปีเต็ม โดย ทปอ.ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับระบบใหม่ที่จะเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2561 เรียกว่า “ระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลาง” หรือ “Thai university Central Admission System (TCAS)” หรือ “ทีแคส” แบ่งการรับออกเป็น 5 รอบ ดังนี้ รอบที่ 1 การรับด้วยแฟ้มสะสมงาน รอบที่ 2 การรับระบบโควตา รอบที่ 3 การรับตรงร่วมกัน หรือเคลียริ่งเฮ้าส์ รอบที่ 4 การคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษา หรือแอดมิสชั่นส์ และรอบที่ 5 การรับตรงอิสระ

ถือเป็นการรวบรวมรูปแบบการคัดเลือกนิสิตนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยทั่วประเทศดำเนินการกันอยู่แล้ว มาจัดระเบียบใหม่ ซึ่ง ทปอ.ระบุว่าการปรับเปลี่ยนครั้งนี้เพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาล ที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาวิ่งรอกสอบ กันสิทธิผู้อื่น ลดปัญหาความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างคนรวยกับคนจน และต้องการให้นักเรียนอยู่ในห้องเรียนจนจบการศึกษา

ต้องดูกันว่าระบบ “ทีแคส” จะแก้ปัญหาที่ว่ามาทั้งหมดได้หรือไม่!!

6.’สกสค.-ออมสิน’บรรลุ’เอ็มโอยู’ใหม่

ปัญหาความขัดแย้งระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และธนาคารออมสิน เกี่ยวกับวิธีการ และขั้นตอนการหักเงินจากกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคง ตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) เพื่อชำระหนี้แทนผู้กู้ที่ค้างชำระเกิน 3 งวดขึ้นไป ดูเหมือนจะ “ยืดเยื้อ” มายาวนาน เนื่องจากการตีความบันทึกข้อตกลง หรือเอ็มโอยู ระหว่าง 2 ฝ่าย แตกต่างกัน โดยธนาคารยังคงเดินหน้าหักเงินจากกองทุนฯ เพื่อชำระหนี้แทนผู้กู้ที่ค้างชำระเกิน 3 งวด ซึ่งเป็นเงินมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท

แม้จะมีการเจรจาระหว่าง 2 ฝ่ายเป็นระยะๆ แต่ยังไม่มีวี่แววว่าจะตกลงกันได้ คณะกรรมการ สกสค.จึงดัดหลังโดยยุบคณะกรรมการกองทุนฯ และข้อบังคับต่างๆ ส่งผลให้ต้องจัดทำข้อบังคับ และยกร่างสัญญาข้อตกลงความร่วมมือที่ทำไว้กับธนาคารใหม่

ล่าสุดผู้บริหารธนาคารระบุว่าได้ข้อยุติในเรื่องนี้แล้ว โดยต้นสังกัดของครูจะเป็นผู้นำส่งชำระหนี้ให้ธนาคารเอง และธนาคารจะยกเลิกเงื่อนไขการจ่ายเงินค่าตอบแทนให้กับ สกสค. 0.5-1% และเปลี่ยนมาคืนให้กับครูที่มีวินัยในการชำระเงินดีติดต่อกัน 12 งวดแทน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ก็ออกยืนยันว่า สกสค.และธนาคารบรรลุข้อตกลงอย่างไม่เป็นทางการแล้วจริงๆ

ต้องตามกันดูว่า “เอ็มโอยู” ฉบับใหม่ หน้าตาจะเป็นอย่างไร!!

7.ใช้ม.44ตั้ง’คนนอก’นั่งอธิการบดี

ร้อนแรงตั้งแต่ต้นปียันท้ายปีเลยทีเดียว กรณีที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย (ทปสท.) ต่อต้านอธิการบดีจากคนนอก แต่ที่สุดก็ต้านไม่ไหว เพราะรัฐบาลใช้มาตรา 44 คลอดคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 37/2560 เรื่องการแก้ไขปัญหาการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษา ทำให้มหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการสามารถแต่งตั้งอธิการบดีจากคนนอกที่ไม่ใช่ข้าราชการพลเรือน หรือพนักงานในสถาบันอุดมศึกษาได้ หรืออีกนัยหนึ่งแต่งตั้งอธิการบดีจากผู้เกษียณได้

ก่อให้เกิดกระแสคัดค้านจาก ทปสท.และคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการ และมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐจากกลุ่มภาคใต้ และภาคเหนือ ที่มองว่าเป็นการแทรกแซง ถึงกับออกแถลงการณ์ และล่ารายชื่อคัดค้าน

คำสั่ง คสช.นำมาสู่การวินิจฉัยของศาลปกครองที่แตกเป็น 2 ทาง อย่างมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) บุรีรัมย์ ที่สภาแต่งตั้งอธิการบดีจากผู้เกษียณ ศาลปกครองมีคำตัดสินให้สภาแพ้ โดยให้เหตุผลว่าแม้คำสั่ง คสช.ให้แต่งตั้งคนนอกเป็นอธิการบดีได้ แต่ไม่ได้กำหนดเรื่องอายุไว้ จึงต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) ที่กำหนดว่าคนที่อายุเกิน 60 ปีเป็นอธิการบดีไม่ได้ ขณะที่ มรภ.เทพสตรี มรภ.ธนบุรี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศาลปกครองกลับตัดสินให้สภาชนะ โดยยกคำสั่ง คสช.ที่ 37/2560 ว่าให้แต่งตั้งคนนอกเป็นอธิการบดีได้

น่าคิดว่ากำลังเกิด 2 มาตรฐานในสังคมหรือไม่!!

8.’คูปองครู’ช่วยยกคุณภาพการศึกษา??

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผุดไอเดียเชื่อมโยงเกณฑ์วิทยฐานะใหม่กับโครงการคูปองพัฒนาครู โดยครูต้องพัฒนาตัวเองอย่างน้อย 12-20 ชั่วโมงต่อปีถึงจะยื่นขอวิทยฐานะได้ ดีเดย์ 5 กรกฎาคม 2560

นวัตกรรมใหม่ตรงที่ครูเป็นผู้เลือกช็อปปิ้งหลักสูตร จากเดิมส่วนกลางเป็นคนจัดให้ ซึ่งอาจไม่ตรงกับความต้องการของครู ที่สำคัญในอดีตมีครูส่วนหนึ่งได้เข้าอบรม แต่คราวนี้ได้รับโอกาสกันทุกคนภายใต้วงเงิน 10,000 บาท/ปี และเป็นการอบรมตามความสมัครใจ ไม่มีการกะเกณฑ์ หรือบังคับ นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศมาร่วมจัดคอร์สภายใต้การวางกรอบของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ให้หน่วยจัดจัดคอร์สที่สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0

ปีแรกมีครูลงทะเบียนเข้าอบรมกว่า 80% หลักสูตรผ่านรับรอง 1,460 หลักสูตร แต่จัดจริงแค่ 908 หลักสูตร 3,021 รุ่น ยกเลิก 552 หลักสูตร เกิดส่วนปัญหา อาทิ จังหวัดที่จัดอบรมห่างไกล หน่วยจัดมีชื่อเสียงครูแห่ลงทะเบียน ส่วนโนเนมมีที่นั่งว่างเหลือเฟือ อบรมวันธรรมดาทำให้ครูทิ้งห้องเรียน และเกิดปัญหาหน่วยจัดทอนเงินครู ทั้งนี้ ครูประเมินให้ผ่าน 4.22 จาก 5 คะแนนเต็ม ผู้อำนวยการโรงเรียนประเมินให้หน่วยจัดไม่ผ่าน 1% สพฐ.จะปรับปรุงโดยตั้งคณะกรรมการติดตามประเมินผล 225 ชุดใน 255 เขต

ก็ต้องติดตามว่าสุดท้ายคุณภาพนักเรียนดีขึ้น หรือว่าใครกันแน่ได้ประโยชน์??

9.ดัน’ม.ชั้นนำโลก’ตั้งในไทย

“มหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล” เป็นมหาวิทยาลัยแรกหลังรัฐบาลใช้มาตรา 44 ให้มหาวิทยาลัยเข้ามาจัดตั้งในไทย ผ่านคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 29/2560 เรื่อง การส่งเสริมการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ

“ซีเอ็มเคแอล” เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน สหรัฐอเมริกา กับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) ใช้หลักสูตรเเละมาตรฐานการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยคาร์เนกี้เมลลอน เรียนในไทยและสหรัฐ โดยในไทย เรียนที่ชั้น 9 สำนักอธิการบดีสจล. ก่อนจะไปเปิดวิทยาเขตในเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ส่วนสหรัฐ เรียนที่มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน

ประเดิมด้วย 2 สาขา คือ สาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ในระดับปริญญาเอกและระดับปริญญาโท และสาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ในระดับปริญญาโท หลักสูตรครอบคลุมเทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทิ ด้านดาต้าและการป้องกันภัยไซเบอร์ ด้านหุ่นยนต์สมองกลและการควบคุมจักรกลอัตโนมัติและด้านปัญญาประดิษฐ์ โดยมุ่งให้นักศึกษาได้วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมตอบโจทย์ความต้องการประเทศ

จะเริ่มเปิดสอนเดือนสิงหาคม ปีการศึกษา 2561 นอกจากนี้ ยังมีมหาวิทยาลัยเนชั่นนอลไต้หวัน ยูนิเวอร์ซิตี้ ที่สมัครขอมาจัดตั้งในไทย แต่รายละเอียดยังไม่เรียบร้อย

10.คดี’แป๊ะเจี๊ยะ’ร.ร.สามเสนฯยังไร้ข้อสรุป

ผ่านมากว่า 6 เดือน ที่มีการโพสต์คลิปกล่าวหาผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัยเรียกรับเงิน หรือ “แป๊ะเจี๊ยะ” 4 แสนบาท เพื่อแลกกับการรับเข้าเรียน โดยผู้ปกครองรายหนึ่งแอบถ่ายไว้ในขณะที่เจรจาเรื่องบริจาคเงินให้โรงเรียน ซึ่งนายวิโรฒ สำรวล ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนฯ ยอมรับภายหลังว่าเป็นคนในคลิปจริง แต่เป็นการพูดคุยกันปกติ ส่วนการระดมทรัพยากรก็เป็นเรื่องปกติของทุกโรงเรียน ซึ่งดำเนินการโดยคณะกรรมการ แต่จะทำภายหลังเข้าเรียนแล้ว และออกใบเสร็จให้

ภายหลังเกิดคลิปฉาว เพื่อลดกระแสกดดันจากสังคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 (สพม.กทม.1) ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงขึ้น ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามนายวิโรฒได้ออกมาเคลื่อนไหวกดดันให้ย้ายนายวิโรฒออกจากโรงเรียน พร้อมทั้งส่งเอกสารหลักฐานทั้งหลายให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ต้องเร่งด่วนกับเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้บริหาร สพม.กทม.1 ในขณะนั้น ทำให้ สพม.กทม.1 มีคำสั่งย้ายนายวิโรฒไปช่วยราชการที่ สพม.กทม.1 ระหว่างรอผลสรุปจากคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง

หลังผลการสอบข้อเท็จจริงพบว่ามีมูล จึงได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง แต่จนถึงบัดนี้ยังไม่มีข้อสรุปใดๆ ทั้งสิ้น ทำให้กลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวเข้ายื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการ ศธ.เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ที่ผ่านมา เพื่อสอบถามความคืบหน้าในเรื่องนี้

ต้องติดตามว่า คดีนี้จะลงเอยอย่างไร!!