เปิด ร.ร.ผู้สูงอายุและนวัตกรรม ฝึกวิชาชีวิต..รองรับสังคมสูงวัย

7.01.18 | 18:38 น.

 

ขณะนี้ไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงวัย” เนื่องจากจำนวนประชากรอายุ 60 ปี มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจกลายเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ ดังนั้น เพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัย รวมถึง เพื่อให้ผู้สูงวัยมีโอกาสเรียนรู้ พัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างเสริมสุขภาพที่ดีทั้งร่างกาย และจิตใจ สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) จึงได้จัดโครงการ “โรงเรียนผู้สูงอายุและนวัตกรรม” ภายใต้โครงการอำเภอ มข.พัฒนา

นายสาธร พรตระกูลพิพัฒน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและประกันคุณภาพ สำนักบริการวิชาการ มข.เล่าว่า สำนักบริการวิชาการ ได้จัดโครงการโรงเรียนผู้สูงอายุและนวัตกรรม ภายใต้โครงการอำเภอ มข.พัฒนา เพื่อจัดการเรียนรู้ ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตลอดจนเสริมสร้างสุขภาพที่ดีทั้งร่างกาย และจิตใจของผู้สูงอายุ รวมทั้ง เป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาสู่นวัตกรรม ให้สามารถสร้างรายได้ และเป็นประโยชน์แก่สังคม เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ (Aging soiety) ในประเทศไทย โดยจัดกิจกรรมในพื้นที่ ต.ขามป้อม และ ต.หนองแวง อ.พระยืน จ.ขอนแก่น รวมพื้นที่ครอบคลุมกว่า 20 หมู่บ้าน มีผู้สูงอายุสมัครเข้าโรงเรียนกว่า 270 คน ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายตามยุทธศาสตร์ที่ 3 Culture and Care Community คือเป็นองค์กรที่ดูแลห่วงใยใส่ใจสังคม ด้วยเล็งเห็นว่าประเทศไทยได้ก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาลอย่างแท้จริง

“สำนักบริการวิชาการกำหนดชุมชนต้นแบบ 12 ชุมชน ในปีนี้มีกำหนด 6 ชุมชน โดยชุมชนขามป้อม และหนองแวงอำเภอพระยืน เป็นชุมชนเป้าหมาย ซึ่งอยู่ในโครงการอำเภอ มข.พัฒนา มีคณะศึกษาศาสตร์เป็นแกนนำหลักสูตร ผนวกนักวิชาการ มข.มาให้ความรู้แกนนำในชุมชน เพื่อพยุงหลักสูตรให้เข้มแข็ง เมื่อเราทำสำเร็จ เขาจะยังสามารถต่อยอดโรงเรียนผู้สูงอายุอยู่ได้อย่างยั่งยืน” นายสาธร กล่าว

Advertisement

นายวิลัย มาป้อง อายุ 73 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนผู้สูงอายุตำบลหนองแวง อ.พระยืน จ.ขอนแก่น กล่าวว่า เมื่อสำรวจปัญหา พบว่า ผู้สูงอายุในชุมชนเกิดอาการซึมเศร้า รู้สึกโดดเดี่ยว ก่อนเริ่มโครงการมีการตรวจสุขภาพเบื้องต้น ให้ผู้สูงอายุจำนวน 270 คน ซึ่งมีอายุเฉลี่ย 67 ปี อายุสูงสุด 88 ปี การจัดโครงการเพื่อผู้สูงอายุนับเป็นครั้งแรกของชุมชน ผู้สูงอายุมีความกระตือรือร้น อยากเข้าร่วมกิจกรรม และมีความสุขเป็นอย่างมาก

หลักสูตรโรงเรียนผู้สูงอายุมีระยะเวลา 10 เดือน เรียนวันศุกร์ละ 2 วันต่อเดือน รวม 20 วัน แบ่งเป็น ความรู้วิชาชีวิต ร้อยละ 50 ประกอบด้วย วิชาสังคม ศาสนา ภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรม สุขภาพ สิ่งแวดล้อม การออกกำลังกายสันทนาการ วิชาชีพ ร้อยละ30 ประกอบด้วย วิชาเศรษฐกิจพอเพียง อาชีพและงานฝีมือ การจัดทำบัญชีครัวเรือน ดนตรีพื้นบ้าน และวิชาการ ร้อยละ 20 ประกอบด้วย วิชากฏหมาย และสิทธิผู้สูงอายุ ภาษาต่างประเทศ เทคโนโลยี เป็นต้น

ทั้งนี้ องค์การสหประชาชาติ ให้นิยามผู้สูงอายุ หมายถึง ประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป แบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ ระดับการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging soiety) เป็นสังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งประเทศ ระดับสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged society) เป็นสังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ และระดับสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ (Super-aged society) หมายถึงสังคม หรือประเทศที่มีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่า ร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ

ปัจจุบัน ประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และคาดการณ์ว่าสัดส่วนประชากรจะเปลี่ยนแปลง และกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในปี 2563 นับเป็นวิกฤตที่ทุกประเทศต้องเผชิญ ทั้งในด้านจำนวนแรงงานลดลง ด้านการแพทย์ และสาธารณสุข ด้านสังคม และเศรษฐกิจ เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ทุกประเทศจึงตื่นตัว และจัดเตรียมรับมือกับวิกฤตการณ์ดังกล่าว