เมื่อวันที่ 8 มกราคม นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยภายหลัง เป็นประธานพิธีมอบโล่รางวัลแก่เด็กและเยาวชนดีเด่นที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ จำนวน 785 คน ที่ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ว่า ขอแสดงความยินดีกับเด็กและเยาวชนจากทุกสังกัดที่ได้รับคัดเลือกจาก 17 หน่วยงาน และภาคเอกชน ให้เข้ารับโล่รางวัลจำนวนรวม 785 คน แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1.เด็กและเยาวชนดีเด่น จำนวน 550 คน ซึ่งถือเป็นผู้มีความประพฤติดี เรียนดี มีคุณธรรมจริยธรรม มีความซื่อสัตย์ ขยัน ประหยัด กตัญญูช่วยเหลือพ่อแม่ผู้ปกครอง และอุทิศตนเพื่อส่วนร่วม และ 2.เด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ใน 5 ด้าน จำนวน 235 คน ได้แก่ ด้านวิชาการ 93 คน ด้านศิลปะและดนตรี 10 คน ด้านคุณธรรมจริยธรรม 51 คน ด้านกีฬาและนันทนาการ 13 คน และด้านทักษะฝีมือวิชาชีพ 68 คน
“ขณะนี้การศึกษาเราไม่ได้ขาดแคลนในเรื่องของความรู้ เพราะเด็กและเยาวชนส่วนใหญ่ใช้เวลาเรียนในระบบโรงเรียน และบางส่วนก็เรียนในรูปแบบการศึกษานอกระบบหรือการศึกษาตามอัธยาศัยอยู่แล้ว แต่เป้าหมายของการศึกษาไม่ได้สร้างคนเพียงเพื่อให้มีความรู้เท่านั้น แต่ต้องการให้ทุกคนมีปัญญา ซึ่งหมายถึงปัญญาในการคิดไตร่ตรองอยู่ตลอดเวลาถึงสิ่งที่จะต้องทำว่า ควรทำหรือไม่ เป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ ทำแล้วจะเกิดอะไร นั่นคือเด็กทุกคนต้องมีความรู้และมีปัญญามากพอที่จะนำความรู้ไปช่วยพัฒนาตนเองและพัฒนาชาติบ้านเมือง สุดท้ายที่สำคัญยิ่งคือ การมีอุปนิสัยที่ดีงามหรือการเป็นคนดี ซึ่งถือเป็นเป้าหมายที่แท้จริงของการศึกษา เป็นแนวพระราโชบายในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่การศึกษาต้องสร้างคนดีที่มีความเก่งให้กับประเทศ แต่การมีอุปนิสัยที่ดีได้จะต้องเกิดจากการฝึกฝนตลอดเวลา ฝึกฝนซ้ำ ๆ และต้องใช้เวลาในการฝึก จึงขอให้เด็กและเยาวชนได้ตั้งเป้าหมายของตัวเองที่จะฝึกฝนอุปนิสัยที่ดี ๆ ให้เกิดขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการฝึกความขยันหมั่นเพียร ฝึกไม่พูดโกหก ฝึกความซื่อสัตย์ ฯลฯ เพราะการมีอุปนิสัยที่ดีจะนำมาซึ่งการรักษาไว้ความภาคภูมิใจต่าง ๆ และอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข”นพ.ธีระเกียรติกล่าวและว่า ทั้งนี้ ขอให้ทุกคนมีความสุขุม พูดน้อยแต่ได้เนื้อหาสาระมาก เช่นเดียวกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ตลอดจนผู้นำประเทศต่าง ๆ ที่ได้มีการฝึกอุปนิสัยให้มีบุคลิกภาพสุขุม รอบคอบ มีความเพียรต่อการทำงานเพื่อประเทศชาติมาอย่างยาวนาน สิ่งเหล่านี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นและไม่มีสอนที่ไหน แม้ได้รางวัลก็ไม่อาจช่วยรักษาความเก่งและความภาคภูมิใจไว้ได้ หากเราไม่ฝึกฝนให้มีอุปนิสัยที่ดีงามด้วยตนเอง

