‘บิ๊กน้อย’ส่งข้อมูลทุจริตสร้างอาคารอเนกประสงค์ ร.ร.ใต้ ถึงมือ’หมอธี’

10.01.18 | 15:19 น.

พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ส่งเรื่องให้ ศธ.ตรวจสอบ กรณีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 15 (นราธิวาส ปัตตานี ยะลา) ใช้เงินงบประมาณเหลือจ่ายประจำปีงบประมาณ 2559 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 62 ล้านบาท ก่อสร้างหลังคาคลุมลานอเนกประสงค์ของ 11 โรงเรียนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส นั้น ตนได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.รับทราบเรียบร้อยแล้ว โดยการดำเนินการดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อปี 2559  ขณะนั้น ตนรับผิดชอบดูแลพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และได้รับรายงานว่ามีการก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์ในโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในช่วงเดือนสิงหาคม 2559 ทั้งนี้ ตนในฐานะที่ดูแลพื้นที่ดังกล่าวไม่ทราบว่า โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะไม่มีการแจ้งให้ตนรับทราบ จึงได้ทำหนังสือสอบถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า โครงการนี้ ทำได้อย่างไร  ทำไมถึงต้องลงไปที่โรงเรียนต่าง ๆ เป็นความต้องการของใคร ซึ่งจากข้อมูลนอกจาก 11 โรงเรียนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ยังมีโรงเรียนในโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้ จำนวน 4 แห่ง ก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์เช่นเดียวกันด้วย

“ผมได้รับการชี้แจง ว่าเป็นการร้องขอจากพื้นที่ ซึ่งผมไม่ทราบว่ามีการร้องขอกันอย่างไร จึงได้ขอหลักฐาน  ถามไปแล้วประมาณ 2-3 ครั้ง ได้รับการชี้แจงมาแต่ไม่ละเอียด มีการสอบถามกลับไปมาหลายครั้ง ประกอบกับตรงกับช่วงมีการเปลี่ยนผู้บริหารองค์กรหลัก ข้อมูลจึงขาดความต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามมาทราบภายหลังว่ามีการสร้างอาคารเอนกประสงค์ 11 โรงเรียน  ใน 3 พื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ และทราบว่าโดยรอบพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มีการสร้างอาคารเอนกประสงค์เช่นเดียวกัน ซึ่งต้องไปถามผู้ที่ดำเนินการในขณะนั้น โดยผมได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ. รับทราบแล้ว โดย นพ.ธีระเกียรติ แจ้งว่า จะเร่งดำเนินการตรวจสอบโดยเร็ว และจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการทุจริตของ ศธ. วันที่ 17 มกราคมนี้ “พล.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวและว่า สำหรับงบฯที่ใช้ในการดำเนินการครั้งนี้จะเป็นเท่าไรนั้น ตนไม่ทราบรายละเอียด ต้องรอผลการสอบข้อมูลที่ชัดเจน  ทั้งนี้นโยบายรัฐบาลคือปราบปรามการทุจริต ซึ่งตนกำชับอย่างมากเรื่องการทำงาน โดยเฉพาะพื้นที่ที่ตนรับผิดชอบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การใช้งบประมาณจะต้องเป็นไปตามนโยบายรัฐบาล สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ มีประสิทธิภาพ

รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเห็นว่าไม่อยากให้เรื่องที่ไม่ดีมาเกี่ยวข้องกับโครงการสานฝันกีฬาฯ ซึ่งเป็นโครงการที่ดี ที่รัฐบาลได้มอบหมายให้ ศธ. ดำเนินการ เพื่อให้โอกาสกับเด็กในพื้นที่ชายแดนใต้ โดยได้ทำอย่างต่อเนื่องมาตลอด 3 ปี ขณะนี้มีนักเรียนในโครงการประมาณ 1 พันกว่าคน  โครงการมีความเจริญก้าวหน้ามาโดยลำดับ ปัจจุบันมีโรงเรียนที่อยู่ในโครงการจำนวน 12  แห่ง มุ่งหวังสร้างนักเรียนที่มีคุณภาพ และมีคุณธรรม คนในพื้นที่ และ ศธ.รักและหวงแหนโครงการนี้ ดังนั้นการนำโครงการนี้ไปพาดพิงหรือเกี่ยวข้องกับเรื่องใด ต้องทบทวนพิจารณาให้ดี