ปธ.ทปอ.มรภ.คนใหม่หนุนหลักสูตร5ปี ผุด’สมรรถนะ’เข้มข้น เสนอได้ใบอนุญาตทันที คุรุสภายันต้องสอบเพื่อการันตีคุณภาพมหา’ลัย

15.01.18 | 16:08 น.

เมื่อวันที่ 4 มกราคม นายเรืองเดช วงศ์หล้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)อุตรดิตถ์ ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.มรภ.) เปิดเผยถึงกรณีที่นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) มีแนวคิดให้ทปอ.มรภ.พิจารณาหลักสูตรการผลิตครูว่าควรเป็น 4 หรือ 5 ปี เนื่องจาก 5 ปีนานเกินไปนั้นว่า มรภ. 38 แห่ง เห็นตรงกันว่าหลักสูตรผลิตครูควรเป็น 5 ปี เพราะเป็นวิชาชีพครูจึงควรจัดการเรียนการสอน 5 ปีเพื่อให้ผู้เรียนมีสมรรถนะ จิตวิญญาณความเป็นครูและความเข้มข้นของวิชาเอก เพราะจบแล้วอยู่โรงเรียนเลย โอกาสที่จะเรียนต่ออีกจึงยาก ดังนั้นจึงน่าจะให้ครูเรียน 5 ปีเลยเพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ทันทีเมื่อเรียนจบ โดยขณะนี้ทปอ.มรภ.ได้ทำสมรรถนะครูที่เข้มข้นขึ้นตั้งแต่ขั้นตอนการรับสมัครนักศึกษา พัฒนาครู ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ โรงเรียนสาธิต ตลอดจนสร้างสมรรถนะต่างๆ เพิ่มเติม แต่เราจะเจรจากับกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ว่าเมื่อเด็กจบหลักสูตรผลิตครู 5 ปีและมีสมรรถนะเข้มข้นขึ้นแล้ว ควรให้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูเลยโดยไม่ต้องสอบอีก อย่างไรก็ตามจะนำสมรรถนะที่จัดทำขึ้น ไปพูดคุยกับผู้เกี่ยวข้องทั้งคุรุสภาและสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)เพื่อรับฟังความคิดเห็น เพราะเราอยากรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย ส่วนข้อเสนอที่ให้มีทั้งหลักสูตรครู 4 ปี และ 5 ปีนั้น ส่วนตัวมองว่าควรมีแค่หลักสูตรเดียว คือหลักสูตร 5 ปี

นายสมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า เรื่องจำนวนปีของหลักสูตรผลิตครู เราไม่ได้พูดถึง เพราะจะเป็น 4 หรือ 5 ปีขึ้นอยู่กับมาตรฐานใหม่ที่คุรุสภากำลังจัดทำอยู่ โดยถ้าหากจะเปลี่ยนจากหลักสูตร 5 ปีมาเป็น 4 ปีก็ต้องแก้ไขพ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้นักศึกษาครูจะต้องฝึกปฏิบัติการสอนที่โรงเรียนอย่างน้อย 1 ปี และคอร์สเวิร์ก กำหนด 160 หน่วยกิตฉะนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเรียนคอร์สเวิร์ก 160 หน่วยกิตภายใน 4 ปี และถึงแม้ที่สุดสรุปว่าหลักสูตรผลิตครูจะต้องเป็น 4 ปี ก็ยังต้องคงมาตรฐานไว้เดิมตามฐานสมรรถนะที่คุรุสภากำลังจัดทำซึ่งใกล้จะเสร็จแล้วและยังต้องฝึกสอนในโรงเรียนอย่างน้อย 1 ปีด้วย

“ต่อไปคุรุสภาจะดูโครงสร้างมาตรฐานหลักสูตรและดูว่าหลักสูตรเน้นฐานสมรรถนะที่คุรุสภาจัดทำหรือไม่ซึ่งมีอยู่ 3 ด้าน คือ มีความรู้ ทักษะและคุณลักษณะ ถ้าเข้าเงื่อนไขดังกล่าว ถึงจะมีสิทธิสอบเพื่อรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ฉะนั้นหลักสูตรผลิครู จะเป็น 4 หรือ 5 ปีก็แล้วแต่ ก็ต้องเข้าเงื่อนไข 2 ข้อดังกล่าว ถ้าไม่เข้าเงื่อนไข อย่างผู้ที่จบ 4 ปีจากคณะอื่น ก็จะไม่มีมาตรฐานและสมรรถะครู ก็ไม่มีสิทธิสอบเพื่อรับใบอนุญาตฯ ถ้าต้องการมีสิทธิสอบเพื่อรับใบอนุญาตฯ เพื่อเข้าสู่วิชาชีพครู ก็ต้องไปเรียนประกาศนียบัตรบัณฑิต(ป.บัณฑิต)วิชาชีพครู 1 ปี จึงจะมีสิทธิสอบ” นายสมศักดิ์ กล่าว

ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุุรุสภา กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ประธานทปอ.มรภ. เสนอว่าเมื่อมรภ.ปรับสมรรถนะเข้มข้นแล้ว ไม่ต้องสอบเพื่อรับใบอนุญาตฯ นั้น จากการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง ยังไม่มีใครคัดค้านกับการสอบเพื่อรับใบอนุญาตฯ เพราะวิชาชีพอื่นก็ต้องสอบเช่นกัน ฉะนั้นข้อมูลจนถึงตอนนี้ ยังต้องมีการสอบเพื่อรับใบอนุญาตฯ ซึ่งช่วงแรกจะสอบเรื่องความรู้ก่อน แต่ช่วงแรกที่ระบบการสอบยังไม่เข้าที่ ก็จะทยอยสอบไป เช่น ผู้ที่เข้าเรียนปี 2557 จะสอบปี 2562 เข้าเรียนปี 2558 สอบปี 2563 ไล่ไปจนถึงปี 2565 ซึ่งคาดว่าระบบการสอบจะเข้าที่ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้น จะต้องสอบอย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้การสอบเพื่อรับใบอนุญาตฯ ก็เพื่อประกันคุณภาพมหาวิทยาลัยผลิตครูแต่ละแห่งทั้งนี้เพราะตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้คุรุสภาดูอยู่ห่างๆ เราจึงไม่สามารถเข้าไปติดตามตรวจสอบการผลิตได้ถึงชั้นเรียนเรียกว่าไม่สามารถไปคลุกวงในเหมือนเมื่อก่อนได้อีก เราจึงทำได้แค่ดูเรื่องโครงสร้างหลักสูตรและดูผลผลิตที่จบออกมาผ่านการสอบเพื่อรับใบอนุญาตฯ ว่าได้ตามมาตรฐานหรือไม่ ส่วนกรณีที่ทปอ.มรภ.จะขอเข้าพบเพื่อชี้แจงสมรรถนะต่อคุรุสภานั้น เรายินดีซึ่งเรากำลังจะเปิดเวทีเพื่อรับฟังความคิดเห็นร่างฐานสมรรถนะอยู่แล้ว โดยหลังจากจัดโฟกัสกรุ๊ปโดยเชิญคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา(กอปศ.) มาแสดงความคิดเห็นเพราะการจัดมาตรฐานและสมรรถนะครูจะต้องสอดคล้องกับกรอบการผลิตครูที่กอปศ.คิดขึ้นด้วย หลังจากนั้นจะเชิญองค์กรที่เกี่ยวข้องกับคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์มาพูดคุยรับฟังความคิดเห็นซึ่งขอให้ทปอ.มรภ.ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด คาดว่าหลังวันครูที่ 16 มกราคม คุรุสภาจะเชิญหน่วยงานดังกล่าวมาร่วมแสดงความคิดเห็น