นายสุมิตร สุวรรณ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เปิดเผยว่า เร็วๆ นี้ จะเสนอโครงการวิจัยผลกระทบจากการเลื่อนเปิด-ปิดภาคเรียนตามอาเซียน ให้ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) พิจารณาเพื่อขอรับทุนวิจัย หลังจากได้เลื่อนเปิดปิดภาคเรียนตั้งแต่ปีการศึกษา 2557 โดยภาคเรียนที่ 1 เปิดเรียนเดือนสิงหาคม-ธันวาคม ส่วนภาคเรียนที่ 2 เดือนมกราคม-พฤษภาคม และปิดภาคเรียนเดือนมิถุนายน-สิงหาคม โดยโครงการวิจัยครั้งนี้จะศึกษาผลกระทบหลังมหาวิทยาลัยเลื่อนเปิด-ปิดภาคเรียนมาแล้ว 2 ปี ว่า มีข้อดีและข้อเสียอย่างไร ทั้งการแลกเปลี่ยนอาจารย์ หรือนักศึกษา ว่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจหรือไม่ ขณะเดียวกัน ยังต้องลงลึกด้วยว่าการเปิดเรียนในช่วงหน้าร้อน จะมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของนิสิต นักศึกษา และบริบททางสังคมหรือไม่ รวมถึงวิเคราะห์การใช้พลังงานในช่วงหน้าร้อนของมหาวิทยาลัยต่างๆ ว่าทำให้เสียค่าไฟเพิ่มขึ้นจากการเปิดเครื่องปรับอากาศ
“มก.เคยทำวิจัยในช่วงก่อนเลื่อนเปิดภาคเรียนตามอาเซียน ในปีการศึกษา 2556 พบว่ามีข้อดีอยู่ที่การแลกเปลี่ยนนิสิต นักศึกษา แต่มีอุปสรรคโดยเฉพาะสภาพอากาศร้อน ที่กระทบกับการใช้ชีวิตของนักศึกษา รวมถึงปัญหาของความไม่เชื่อมโยงกับระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานด้วย ที่ผ่านมา นักวิชาการส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการเลื่อนเปิด-ปิดภาคเรียนตามอาเซียน เพราะมองในมุมวิชาการ แต่มีบางสาขาที่มีปัญหาอย่างคณะศึกษาศาสตร์ ซึ่งนักศึกษาที่ฝึกสอนจะไม่มีเวลาเตรียมตัว สอบเสร็จต้องฝึกสอนทันที เพราะตรงกับช่วงเปิดเทอมของการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือคณะเกษตรศาสตร์จะกระทบกับงานวิจัย ที่พืชผลบางอย่างไม่สามารถวิจัยได้ในช่วงหน้าร้อน จึงต้องศึกษาผลกระทบเพื่อปรับระบบให้สอดคล้องกัน โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนผ่านของนักเรียนชั้น ม.6 ที่มีเวลาว่างถึง 6 เดือน” นายสุมิตรกล่าว

