ความคืบหน้ากรณีนายณฐาภพ บุญทองโท อายุ 51 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านป่าตองท่าเนินสามัคคี อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ถูกกล่าวหามีพฤติกรรมเชิงชู้สาวกับน้องบี (นามสมมุติ) นักเรียนหญิงชั้น ม.2 อายุ 14 ปี ของโรงเรียนดังกล่าว โดยมีหลักฐานข้อความแชตไลน์ในโทรศัพท์มือถือหวานซึ้ง โดยฝ่ายนักเรียนใช้สรรพนามเรียก ผอ.ว่า “ที่รัก” และ ผอ.เรียกนักเรียนว่า “เมียที่รัก” ต่อมาสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 สั่งย้ายด่วนผู้อำนวยการไปช่วยราชการที่สำนักงานฯพร้อมตั้งกรรมการสืบหาข้อเท็จจริงรายงานผลใน 7 วัน หากพบผิดจริงมีโทษทางวินัยร้ายแรงถึงขั้นไล่ออก และความผิดทางอาญา ฐานพรากผู้เยาว์เด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปีนั้น
เมื่อวันที่ 25 มกราคม นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ไม่ได้ปล่อยปละละเลย โดยกำชับไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ให้ดูแลผู้อำนวยการโรงเรียน ปฏิบัติตามระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้น ผู้ที่เกี่ยวข้องก็ต้องดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอน ซึ่งในส่วนของการสืบข้อเท็จจริง และตั้งกรรมการสอบสวนวินัยเรื่องนี้ ถือเป็นอำนาจของสพท. ในการดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบที่กำหนด
“สพฐ. ไม่ได้ปล่อยปละละเลย แต่กรณีที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องไม่คาดคิด ผมจะกำชับให้สพท.ทั่วประเทศ กำกับดูแลให้ผู้อำนวยการโรงเรียนปฏิบัติตามระเบียบวินัยให้มากขึ้น ส่วนกรณีนี้ถ้าพบว่า มีความผิดจริง ก็ถือว่ามีความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ทางราชการก็ต้องลงโทษตามขั้นตอน ส่วนความผิดทางกฎหมายบ้านเมืองในโทษฐานพรากผู้เยาว์นั้น ก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการ ตรงนี้ผมไม่สามารถพูดอะไรได้มากนัก” นายบุญรักษ์กล่าว และว่า อย่างไรก็ตามในภาพรวมปัญหาชู้สาวระหว่าง ผู้อำนวยการโรงเรียนกับนักเรียน เกิดขึ้นไม่มากนัก เพราะโดยธรรมชาติถ้าคนจิตใจปกติ ก็จะเห็นนักเรียนเป็นลูกหลานที่ต้องดูแล ให้คำปรึกษา” นายบุญรักษ์กล่าว

