ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้สกศ. ได้หารือ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ และแสวงหาแนวทางการบูรณาการการทำงาน เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ มีการอภิปรายอย่างกว้างขวางถึงกรอบแนวคิด ทิศทาง และบริบทการเปลี่ยนแปลง ของประเทศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภายใต้การปฏิรูปเศรษฐกิจดิจิทัลทำให้ทุกหน่วยงานทั้งราชการและเอกชนต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วไปพร้อมกัน ทั้งนี้ ผู้บริหาร 3 หน่วยงานที่มีแนวคิดร่วมกันในการปรับเปลี่ยน 4 ปัจจัยขององค์กรให้สอดคล้องการปฏิรูปประเทศคือ 1.โครงสร้างองค์กรและอำนาจหน้าที่ ควรปรับเพิ่มบทบาทและอำนาจหน้าที่เพื่อรองรับภารกิจที่เพิ่มขึ้น 2.พัฒนาบุคลากร เน้นเพิ่มองค์ความรู้วิธีทำงานเป็นนักวางยุทธศาสตร์ และกำหนดนโยบายที่ตอบสนองความต้องการของการปฏิรูปที่แท้จริง 3.เปลี่ยนระบบการทำงาน มุ่งเน้นการทำงานเชิงวิจัย และพัฒนากลไกทั้งภายในและภายนอกองค์กรตอบสนองนโยบายประเทศ และ 4.ปรับกฎหมาย เพื่อรองรับการทำงานครอบคลุมภารกิจที่เพิ่มขึ้น โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือการขับเคลื่อนพัฒนากำลังคน เศรษฐกิจ สังคม ต่อยอดงานวิจัย เป็นนวัตกรรมใหม่นำสู่ประเทศไทย 4.0 พร้อมร่วมมือกันทำงานตามภารกิจแผนยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560 – 2579
ดร.ชัยพฤกษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับ สกศ. ภารกิจสำคัญปี 2561 คือ การขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 สู่การปฏิบัติภายใต้ 6 ยุทธศาสตร์หลักของชาติ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ 2560 และจะมีการประเมินการจัดการศึกษาเป็นรายจังหวัดเพื่อชี้ถึงปัญหาการศึกษาเชิงพื้นที่ และระดมพลังความร่วมมือทุกภาคส่วนในจังหวัดมาช่วยกำหนดทิศทางการพัฒนาการศึกษาของคนในจังหวัดอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ยังเร่งปฏิรูปการศึกษา โดยใช้กลไก 2 คณะที่ สกศ. เป็นฝ่ายเลขานุการขณะนี้ 1.คณะกรรมการสภาการศึกษา (กกส.) 2.คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) กำหนดทิศทางและชี้นำการศึกษาของชาติ ซึ่งมีผลงานที่เป็นรูปธรรมแล้วคือ การนำร่องจัดตั้งสภาการศึกษาจังหวัดแล้ว 28 จังหวัด โดยระดมความคิดของภาคประชาสังคมในจังหวัดร่วมกันออกแบบการศึกษาด้วยตัวเองและสื่อสารไปยังคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) เพื่อสนองการศึกษาที่เหมาะสมรายจังหวัด รวมถึงยังเสนอแนวคิดให้มีคณะกรรมการเพื่อดูแลนโยบายการศึกษาที่เป็นเอกภาพเพียงคณะเดียวในกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเป็นหน่วยกลางส่งเสริมกลไกส่งเสริมพัฒนาระบบการศึกษาที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น
“การดำเนินงาน 3 สภานั้น มีเป้าหมายเดียวกันยึดแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และขับเคลื่อนแผนดำเนินงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพเชื่อมโยงกันทั้งระบบ สภาพัฒน์กำหนดและชี้นำนโยบายประเทศ และขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ สภาการศึกษาสนับสนุนและส่งเสริมนโยบายผลิตและพัฒนากำลังคนที่มีทักษะสำคัญรองรับโลกศตวรรษ ที่ 21 ขณะที่สภาวิจัยจัดทำนโยบายวิจัยที่ตอบโจทย์ 10 อุตสาหกรรมใหม่ หรือ new S-Curve ซึ่งต้องหารือร่วมกันอย่างต่อเนื่อง” ดร.ชัยพฤกษ์ กล่าว

