บิ๊กคลีนนิ่ง ล้าง ‘ฉาว-คาว’ แวดวงศึกษา

28.01.18 | 08:58 น.

รัฐบาล “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายชัดเจนที่จะขจัดปัญหาทุจริตที่หมักหมมในทุกกระทรวงให้โปร่งใสที่สุด

รวมถึง กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งได้ตั้งคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการทุจริตของ ศธ.ที่มี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.นั่ง
หัวโต๊ะเป็นประธาน

ล่าสุดได้รายงานความคืบหน้าผลการแก้ไขปัญหาทุจริต ศธ.ระหว่างเดือนสิงหาคม 2558-ธันวาคม 2560 ซึ่งมีทั้งหมด 629 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จ 330 เรื่อง คิดเป็น 52.46% อยู่ระหว่างดำเนินการ 229 เรื่อง คิดเป็น 47.54%

ในจำนวนนี้กว่า 20 เรื่อง เป็นคดีที่มีผลกระทบในวงกว้างมูลค่าความเสียหายสูง พบว่าการแก้ไขมีความก้าวหน้าในหลายส่วน เช่น การเรียกรับเงินเพื่อแลกเข้าเรียน หรือ แป๊ะเจี๊ยะ ซึ่งได้ดำเนินการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง นายวิโรฒ สำรวล ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย และพวก รวม 3 ราย จากกรณีผู้ปกครองเผยแพร่คลิปกล่าวหาผู้บริหารโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย เรียกรับเงิน 4 แสนบาท เพื่อรับเด็กเข้าเรียนชั้น ม.1 เมื่อปีการศึกษา 2560 ที่ผ่านมา

กรณีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ส่งเรื่องให้ ศธ.ตรวจสอบ กรณีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 15 (นราธิวาส ปัตตานี ยะลา) ใช้งบประมาณเหลือจ่ายประจำปีงบ 2559 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 62 ล้านบาท ก่อสร้างหลังคาคลุมลานอเนกประสงค์ ของ 11 โรงเรียน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จ.ปัตตานี ยะลา และ จ.นราธิวาส

Advertisement

และยังมีโรงเรียนในโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้ 4 แห่ง และขอให้ตรวจสอบโครงการอื่นที่ไม่ได้อยู่ใน 3 จังหวัดด้วย โดยทาง สตง.รายงานข้อมูลใน 2 ประเด็น คือ ราคากลางสูงกว่าปกติ 2 เท่า และบริษัทก่อสร้างไม่เหมาะสม

เรื่องที่สังคมกำลังจับตา อย่าง โครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา หรือ อควาเรียมหอยสังข์ ของวิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ จ.สงขลา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ดำเนินการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2551 กำหนดแล้วเสร็จปี 2554 จนถึงขณะนี้ผ่านไป 10 ปี ยังไม่แล้วเสร็จ ทั้งนี้ มีรายงานว่า มีการใช้งบไปแล้วกว่า 1,400 ล้านบาท

ล่าสุด สตง.ออกมาเปิดเผยว่า เคยมีหนังสือท้วงติงมายัง สอศ.ถึง 3 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2551 แต่ สอศ.ไม่เคยตอบกลับ นพ.ธีระเกียรติจึงสั่งการให้สอบสวนว่าเหตุใด สอศ.ถึงไม่ตอบ สตง.รวมถึง ให้ สตง., สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าไปร่วมตรวจสอบด้วย โดย ปปง.แจ้งว่าทุกขั้นตอนถ้าสืบสวนเสร็จแล้ว หากคณะกรรมการสืบสวนฯพบว่ามีมูลความผิด สามารถส่งเรื่องไปยัง ปปง.เพื่อใช้ข้อมูลสืบค้นเส้นทางการเงินกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนำมาใช้เป็นหลักฐานในการสอบสวนวินัย
ผู้เกี่ยวข้อง

ขณะที่ สอศ.ตั้งคณะกรรมการภายในขึ้นมาตรวจสอบเรื่องดังกล่าว และได้ส่งแบบก่อสร้างให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบแล้ว กรณีถ้าต้องเดินหน้าสร้างอควาเรียมให้แล้วเสร็จ จะต้องปรับปรุงในเรื่องใดบ้าง และงบที่ สอศ.เสนอขอมาอีก 191 ล้านบาท จะดำเนินการในส่วนใดได้บ้าง และจะดำเนินการเสร็จภายใต้วงเงินนี้หรือไม่ หรือต้องเพิ่มเติมในส่วนใดอีกบ้าง

นอกจากนี้ นพ.ธีระเกียรติยังส่งมือขวาอย่าง พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ ศธ.เป็นคณะทำงานคอยลงไปตรวจสอบเรื่องทุจริตต่างๆ คู่ขนานไปกับหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ทำให้การสอบสวนหลายเรื่องเป็นไปอย่างรวดเร็ว เช่น กรณีตรวจสอบการดำเนิน โครงการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด หรือ ซีซีทีวี ในโครงการ Safe Zone School 12 เขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์พิจารณาแล้ว เบื้องต้นมีกระแสข่าวว่ามีระดับ “บิ๊ก” จากหลายหน่วยงานเข้าไปเกี่ยวข้อง

ส่วนการแก้ปัญหาการ ทุจริตเงินครู ซึ่งถือเป็นการล้างบางการทุจริตครั้งใหญ่ของ ศธ.ก็มีความคืบหน้าตามลำดับ ทั้งกรณีสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินกับ บริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด มูลค่ากว่า 2,500 ล้านบาท

สกสค.ได้ลงโทษไล่ออกอดีตผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สกสค.รวม 7 ราย เนื่องจากอนุมัติซื้อตั๋วสัญญาใช้เงิน 2,500 ล้านบาท จากบริษัท บิลเลี่ยนฯโดยมิชอบ และเอื้อประโยชน์ให้บริษัท บิลเลี่ยนฯ มีมูลเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเที่ยงธรรม ตามสำนวนไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ขณะที่ทางผู้บริหารบริษัท บิลเลี่ยนฯ อยู่ระหว่างการดำเนินการทางกฎหมาย

ขณะเดียวกัน กรณีที่กองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา ของ สกสค.ซื้อหุ้นจาก บริษัท หนองคายน่าอยู่ จำกัด ราคาหุ้นละ 25 บาท รวม 800 ล้านบาท เพื่อลงทุนโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะชุมชนบ้านป่าตอง ต.โพนสว่าง อ.เมือง จ.หนองคาย ล่าสุดคณะกรรมการ สกสค.มีมติขายหุ้นคืนให้กับบริษัท หนองคายน่าอยู่ฯ โดยมีเงื่อนไขให้ซื้อคืนภายในระยะเวลา 5 ปี แต่ละปีต้องซื้อคืนไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่เหลืออยู่ และต้องจ่ายค่าตอบแทนคืนให้กับ สกสค.ในอัตราร้อยละ 5 ของจำนวนเงินที่เหลือจากการจ่ายคืนในแต่ละงวด

กรณี บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากองค์การค้าของ สกสค.จากการฝากขายหนังสือเรียนกับองค์การค้าฯ จำนวน 1,400 ล้านบาท ได้ข้อสรุปว่า องค์การค้าฯจะผ่อนชำระหนี้คืนให้กับทางบริษัท ล็อกซเล่ย์ แบ่งเป็น 6 งวด ตั้งแต่ปี 2561-2566 ปีละกว่า 200 ล้านบาท คิดเป็นยอดหนี้ประมาณ 1,200 ล้านบาท โดยได้หักลบสินค้าที่ไม่ได้รับฝากมูลค่าประมาณ 145 ล้านบาท ออกจากยอดหนี้ โดยจะเริ่มชำระหนี้งวดแรกในเดือนมกราคม 2561

ขณะที่่ปฏิบัติการสะสางดำเนินไป ก็ยังเกิดคดีฉาวคาวโลกีย์สะเทือนวงการศึกษาขึ้นมาอีก เมื่อ นายณฐาภพ บุญทองโท อายุ 51 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านป่าตองท่าเนินสามัคคี ต.บัวใหญ่ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับน้องบี อายุ 14 ปี นักเรียนหญิงชั้น ม.2 ของโรงเรียน

หลังพบหลักฐานการพูดคุยทางแชตไลน์โทรศัพท์มือถือด้วยข้อความหวานซึ้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บัวใหญ่ ได้รับแจ้งความและออกหมายเรียกให้นายณฐาภพมารับทราบข้อกล่าวหาพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร และหากมีเพศสัมพันธ์ จะถูกดำเนินคดีในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราด้วย และเตรียมยื่นศาลจังหวัดบัวใหญ่ออกหมายจับ หลังนายณฐาภพไม่ยอมมารับทราบข้อกล่าวหา แต่ไปโผล่ในไลน์บิ๊กไบค์ ที่ใช้ชื่อว่า “Natapop B.” ซึ่งเป็นชื่อไลน์ของนายณฐาภพ โดยมีข้อความว่า “เหตุการณ์ใกล้ปกติ…เย็นนี้ที่ไหนดีครับ” และมีภาพถ่ายของนายณฐาภพนั่งและยืนทอดสายตาชมวิวอยู่บริเวณป้ายบอกชื่อสถานที่ว่า “ผาตรอมใจ” จุดชมวิวในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ต.หินตั้ง อ.เมือง จ.นครนายก

ขณะที่ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา (สพป.นม) เขต 6 ได้สั่งย้ายนายณฐาภพเข้ามาช่วยราชการที่เขตพื้นที่ฯ และเตรียมสั่งพักราชการภายหลังคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงพบว่าข้อกล่าวหามีมูลความจริง โดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเตรียมเสนอตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ส่วนคุรุสภาได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลแบบคู่ขนาน หากพบว่าข้อกล่าวหามีมูล จะเสนอคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพครู (กมว.) พิจารณาพักใบอนุญาตประกอบวิชาชีพชั่วคราว 60 วัน และหากผลสอบสวนวินัยร้ายแรงพบว่ามีความผิดจริง อาจถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตฯ

ล่าสุด มีนักเรียนหญิงชั้น ม.2 อายุ 13 ปี เพื่อนห้องเดียวกับน้องบี พร้อมผู้ปกครอง ได้เข้าแจ้งความนายณฐาภพ ในข้อหากระทำอนาจาร เพราะนายณฐาภพเคยชวนนักเรียนหญิงคนดังกล่าวขึ้นรถยนต์ และลวนลามโดยการจับมือ จับแขน และลูบขา พร้อมชวนไปมีเพศสัมพันธ์ โดยเสนอค่าตอบแทนให้ 2,000 บาท แต่นักเรียนหญิงไม่เอาด้วย

เบื้องต้น พ.ต.อ.คารม บุญสด ผกก.สภ.บัวใหญ่ ระบุว่า ทางคณะกรรมการตรวจสอบสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีนี้ มีข้อสรุปในขั้นตอนการตรวจสอบสอดคล้องกับเขตพื้นที่ฯ ซึ่งมีเหตุน่าเชื่อว่านายณฐาภพน่าจะมีส่วนในการพรากเด็กหญิงไปจากพ่อแม่โดยเป็นเหตุอันควร และตอนนี้มีการรับแจ้งเหตุของคดีอื่นที่เกี่ยวพันกัน

เรียกได้ปัญหา “ทุจริต” และ “ข่าวฉาว” ที่เกิดขึ้นในแวดวงการศึกษาไทย ณ ขณะนี้ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.และผู้บริหาร คงต้องเร่ง “สะสาง” อย่าง “จริงจัง” และ “จริงใจ”

เพื่อเรียกความ “เชื่อมั่น” กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด!!