พิษ!ผอ.ฉาว‘สพฐ.’เล็งย้ายร.ร.เด็กหญิงม.2 หวั่นอึดอัดใจ

28.01.18 | 16:23 น.

ความคืบหน้ากรณีนายณฐาภพ บุญทองโพ ผอ.โรงเรียนบ้านป่าตองท่าเนินสามัคคี อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ถูกกล่าวหามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับลูกศิษย์ซึ่งเป็นนักเรียนหญิงชั้นม.2 อายุ 14 ปี โดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา จะออกคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงในวันที่ 29 มกราคมนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอศาลออกหมายจับหลังจากที่ผู้อำนวยการโรงเรียนไม่มารับทราบข้อหา ในคดีพรากผู้เยาว์เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีและคดีกระทำชำเราเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และล่าสุดมีนักเรียนหญิงม.2 อายุ 13 ปีซึ่งเป็นนักเรียนห้องเดียวกับเหยื่อรายแรก ได้เข้าแจ้งความสภ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมาว่าถูกผู้อำนวยการโรงเรียนรายเดียวกันนี้ ลวนลาม จับมือ จับแขน ลูบขา พร้อมชวนมีเพศสัมพันธ์ โดยเสนอเงิน 2,000 บาทนั้น

เมื่อวันที่ 28 มกราคม นายธีร์ ภวังคนันท์ หัวหน้าศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน (ฉก.ชน.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า ในการประชุมวันที่ 29 มกราคมนี้ จะหารือกับหน่วยปฏิบัติที่ใช้กฎหมาย ทั้งตัวแทนเขตพื้นที่ฯ ตัวแทนผู้บริหารสถานศึกษาและหน่วยงานในสพฐ.ที่เกี่ยวข้องเพื่อทบทวนองค์ความรู้ ที่ใช้ในการดูแลเด็กและเยาวชนเมื่อเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้น  เมื่อมีการทบทวนเรื่องระเบียบการดูแลนักเรียนเรียบร้อยแล้ว ตนจะเสนอให้ จัดอบรมทางไกล เกี่ยวกับมาตรการต่าง ๆ ให้กับผู้บริหารโรงเรียน และครูฝ่ายปกครองทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดความเข้าใจถึงแนวปฏิบัติต่าง ๆ ที่ตรงกัน

“ส่วนนักเรียนหญิงชั้นม. 2 นั้น  ทางเจ้าหน้าที่ฉก.ชน.ในพื้นที่ได้ลงไปพูดคุยกับแม่เด็กแล้ว ขณะเดียวกันผมเองได้หารือกับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.)  ต้นสังกัด เบื้องต้น ขอให้เด็กหยุดเรียน และให้โรงเรียนอำนวยความสะดวกโดยการจัดการเรียนการสอนให้ที่บ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กตกอยู่ในสถานการณ์ที่อึดอัด  จากนั้นจะประเมินสถานการณ์  หากเด็กไม่สามารถกลับเข้าเรียนในโรงเรียนเดิมได้ ทางฉก.ชน. จะประสานหาที่เรียนใหม่ให้ โดยการดำเนินการจัดหาโรงเรียนใหม่ จะเป็นความลับเพื่อคุ้มครองเด็ก ซึ่งเท่าที่ประเมินเบื้องต้น เด็กหญิงรายนี้อาจจำเป็นต้องย้ายโรงเรียนเพื่อไม่ให้อยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมๆ ขณะเดียวกันในสัปดาห์นี้ผมจะลงพื้นที่ เพื่อพูดคุยกับเด็กที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ทุกคนด้วย”นายธีร์กล่าวและว่า อย่างไรก็ตามหลังจากที่เจ้าหน้าที่ฉก.ชน.ในพื้นที่ได้พูดคุยกับแม่ นักเรียนหญิงชั้นม.2 แล้ว พบว่า แม่เด็กค่อนข้างกังวล ทั้งเรื่องข้อกฎหมาย และเป็นห่วงสภาพจิตใจลูก ดังนั้นจึงแนะนำให้ดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้หน้าที่ของฉก.ชน. จะเน้นให้ความช่วยเหลือเด็กเป็นสำคัญ เพราะไม่ว่าจะอย่างไร เรื่องที่เกิดขึ้นเราต้องถือว่า เด็กตกเป็นเหยื่อ ส่วนการดำเนินการทางวินัยและกฎหมายเป็นเรื่องของเขตพื้นที่ฯและเจ้าหน้าที่ตำรวจ