เมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.)นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมกอปศ. ว่าคณะอนุกรรมการเด็กเล็กได้นำเสนอร่างพ.ร.บ.การปฐมวัยแห่งชาติ พ.ศ. ….เป็นครั้งแรก หลังจากรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องมาแล้วส่วนหนึ่ง หลักการสำคัญที่ต้องมีพ.ร.บ.นี้เพราะช่วงปฐมวัยมีอัตราการพัฒนาความรู้สูงสุด ถือเป็นการวางรากฐานที่สำคัญและเป็นการวางรากฐานของชาติในระยะยาว การปฐมวัยจะมีทุกภาคส่วนเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นเราต้องการบูรณาการให้ทุกภาคส่วนทำงานร่วมกัน โดยนิยามของคำว่า ปฐมวัย หมายถึงเด็กอายุ 0-8 ปี ร่วมถึงเด็กที่อยู่ในครรภ์มารดา ซึ่งประเด็นเด็กที่อยู่ในครรภ์มารดา ที่ประชุมมีข้อเสนอให้แยกออกมา ตรงนี้เป็นรายละเอียดที่ต้องหารือร่วมกันอีกครั้ง
นางดารณี อุทัยรัตนกิจ รองประธานอนุกรรมการเด็กเล็ก กล่าวว่า ในร่างพ.ร.บ.การปฐมวัยฯ ประกอบด้วย 8 หมวดหลักและบทเฉพาะกาล ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลจัดการศึกษา ที่มุ่งประโยชน์ของเด็ก การพัฒนาความสามารถของเด็ก ,สิทธิเด็ก พ่อแม่ ครอบครัว และหน่วยงาน,หน่วยบริการที่เชื่อมโยงแต่ละช่วงวัย ตั้งแต่ในครรภ์มารดาไปจนถึงเข้าสู่ชั้นประถมศึกษาตอนต้น,ครูอาจารย์ที่จะมีการกำหนดทั้งเรื่องการผลิต การพัฒนาการจัดการเรียนรู้ ต้องมีสมรรถนะของครูปฐมวัย ผ่านมาตรฐานการอบรมและดูแลเด็กปฐมวัย โดยครอบคลุมถึงบุคลากรที่ทำหน้าที่ดูแลเด็กปฐมวัยที่มีทั้งในศูนย์เด็กเล็ก สถานรับเลี้ยงเด็ก,ทรัพยากร การอุดหนุน กองทุนต่างๆเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย, กำหนดเรื่องของความร่วมมือโดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)และเอกชนได้ร่วมจัดการศึกษา โดยจะให้อำนาจอปท.นำเงินมาใช้เพื่อจัดการศึกษาและพัฒนาเด็กได้
“ในร่างพ.ร.บ.ได้กำหนดเรื่องคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ (กพป.) และให้มีสำนักงาน กพป.ทำหน้าที่ดูแลเด็กปฐมวัย โดยเสนอว่าให้อยู่ในการดูแลของคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แห่งชาติ หรือ ซุปเปอร์บอร์ดทางการศึกษา ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าสำนักงาน กพป.จะอยู่ในกำกับของหน่วยงานใด แต่ที่แน่ชัดจะไม่อยู่ภายใต้การดูแลของ ศธ.และ 5 องค์กรหลักซุปเปอร์บอร์ดชุดดังกล่าว”นางดารณีกล่าว

