เมื่อวันที่ 31 มกราคม พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยภายหลัง เป็นประธานเปิดศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา เขตพัฒนาพิเศษจังหวัดระยอง ณ วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด และติดตามความก้าวหน้าการจัดการเรียนการสอนกับกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเลียม ปิโตรเคมี และกลุ่มพลังงานไฟฟ้าในโครงการพัฒนาช่างเทคนิควิศวกรรมเคมี Vocational Chemical Engineering Practice College (V-ChEPC) ของวิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด ว่า โครงการพัฒนาช่างเทคนิควิศวกรรมเคมี หรือวี-เชฟ ซึ่งจัดการเรียนการสอน ณ วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด จังหวัดระยอง ได้รับการยอมรับว่าเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จมากในการพัฒนานักศึกษาอาชีวะ สาขาปิโตรเคมี ให้เป็นคนเก่งทั้งทักษะวิชาชีพ คุณธรรม จริยธรรม มีกระบวนการคิดและวิธีทำงานที่เป็นระบบ โดยมีรูปแบบการเรียน การสอนด้วยการพัฒนากระบวนการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์ด้วยปัญญา (Constructionism) ที่พัฒนาทักษะชีวิต เชื่อมโยงกับโลกการทำงาน มีการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพปิโตรเคมี การจัดการเรียนการสอนตามมาตรฐานอาชีพ และการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และการส่งเสริมการ จัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีในการระดมทรัพยากร การวัดผลและประเมินผลร่วมกับสถานประกอบการ รวมถึงการสร้างเส้นทางอาชีพ และการวิจัยและพัฒนาในการผลิตกำลังคนรองรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มาอย่างเข้มแข็งต่อเนื่องซึ่งผู้สำเร็จการศึกษามีงานรองรับทั้งหมด คิดเป็น 100 % และได้รับค่าตอบแทนสูงกว่าผู้สำเร็จการศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ในระดับเดียวกัน
รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. กล่าวต่อว่า ในปีนี้โครงการฯ มีความก้าวหน้ามากขึ้นไปอีกลำดับหนึ่ง ด้วยสถานประกอบการกลุ่มพลังงานไฟฟ้า ได้ให้การสนับสนุนทุนโครงการฯ เพื่อขยายผล การจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาไปสู่อีก 2 สาขา คือสาขางานไฟฟ้า และสาขางานติดตั้งและบำรุงรักษา ซึ่งเป็นการตอบโจทย์และเชื่อมโยงในการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาในรูปแบบใหม่ ที่ศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาควรจะได้ศึกษาและปรับแนวทางให้เหมาะสม ในแต่ละเขตพื้นที่ต่อไป

