เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวถึงกรณีที่บริษัทเอกชนไม่รับบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) เข้าทำงาน นั้น ตั้งแต่ตนเข้ามารับตำแหน่งประธาน ทปอ. ก็พบเหตุการณ์ปัญหาเรื่องนี้มาประมาณ 3 ครั้งแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นหน้าที่ของ ทปอ.ที่จะต้องไปหารือกับทางผู้จ้างงาน คือ บริษัทและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของประเทศไทย ธนาคารต่างๆ ที่รับเด็กของมหาวิทยาลัยจำนวนมาก เพื่อให้เข้าใจว่า อยากให้เปิดโอกาสให้ทุกมหาวิทยาลัยได้เข้าทำงาน ส่วนกระบวนการคัดกรองก็ขอให้เป็นไปตามเกณฑ์ของบริษัท ซึ่งก็จะเชิญทางมรภ.และมทร.ไปหารือพร้อมกันด้วย ซึ่งจากการที่ตนเป็นกรรมการสภา มรภ.และ มทร.ด้วยนั้น ก็พบว่า มีการพยายามพัฒนาหลักสูตรขึ้นอย่างมาก และดีกว่าแต่ก่อนมาก จึงอยากขอให้บริษัทเปิดใจและเปิดโอกาส ซึ่งก็จะเป็นผลดีต่อบริษัทเองด้วย เพราะเด็กกลุ่มนี้จำนวนไม่น้อยที่ทั้งเก่ง สู้งาน และไม่เปลี่ยนงานบ่อย
ประธานทปอ.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ทปอ.จะช่วยเหลือ มรภ.และ มทร.โดยการกระจายผู้เชี่ยวชาญไปช่วย ตามนโยบาย “ทปอ.พลัสพลัส” ที่จะต้องมีความร่วมมือทั้งด้านบน คือ ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศ กลุ่มด้านล่างคือโรงเรียนประถม มัธยม และอาชีวศึกษา รวมถึงด้านข้างคือกลุ่ม มรภ.และ มทร. ซึ่งสุดท้ายเด็กไทยทุกคนและอุตสาหกรรมก็จะได้ประโยชน์ เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทั้งนี้ ปีที่ผ่านมาพบว่า มหาวิทยาลัย ทปอ.ก็มีความร่วมมือกันมากขึ้น อย่างที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ สจล.ร่วมกันสร้างหลักสูตรร่วมขึ้น ดังนั้น การไปช่วย มรภ.และ มทร.ก็ไม่ใช่เรื่องยาก โดยจะนำเรื่องเหล่านี้เข้าสู่วาระการประชุมของ ทปอ.ครั้งนี้ ซึ่งมีวาระการประชุมคือ เรื่องการสร้างหลักสูตรพันธุ์ใหม่ คนพันธุ์ใหม่ ทลายกำแพงเรื่องระหว่างคณะ ระหว่างมหาวิทยาลัยลัย การช่วยเหลือมทร.โรงเรียนและอาชีวะ

